FanFiction

[Fic]........Scary.......[Ch. 15]

posted on 24 Oct 2009 00:16 by dezepp  in FanFiction, SHINee

Title : Scary

Couple : MinHo x Key , JongHyun x TaeMin , Onew

Author : dezepp(ZeppFy)

Chapter 15


< -------------------------------------------------- Scary -------------------------------------------------- >




... ทำอะไร เขาต้องทำอะไร ...

ใน ห้องสีเทา ในบรรยากาศอึมครึม ร่างสูงนั่งนิ่งสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องเขา.... ที่ตรงหน้า เจ้านายกำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์ แต่ทว่าดวงตาคมคู่นั้นกำลังมองมาทางเขา รวมถึง ชายชุดดำมากมายที่กำลังยืนรายล้อม


“จินกี”
“คะ ครับ”


เสียงที่เอ่ยตอบตะกุกตะกัก ราวกับกำลังหวาดระแวงกับสิ่งที่กำลังได้ยิน แต่ว่ารอยยิ้มนั่นไม่ได้ผ่อนลงตามความรู้สึกเลย


“ตอนนี้นายทำอะไรอยู่”


คำ พูดที่เอ่ยเรียบๆ นั่นเหมือนมีอะไรอยู่ข้างใน พยายามคิดถึงความนัยที่แฝงมาในคำพูด ใบหน้าคมก้มหลบต่ำไม่มองสายตาที่กำลังจ้องมาทางเขา สายตาที่กำลังบอกเขาว่าเขาควรทำอย่างไรในตอนนี้ แต่ว่า..........



...แล้วเขาจะเริ่มยังไงล่ะ?...



ไม่ทันได้คิดแต่สิ่งที่ได้ยินตามมาเหมือนเป็นการบังคับ ให้เข้าต้องรีบทำอะไรสักอย่าง เพราะคนพวกนั้นจะคอยจับตามองเขา

การถูกติดตาม ไม่ใช่เรื่องที่ดีโดยเฉพาะเวลาที่เขาอยู่กับเจ้าหญิง อย่างน้อยเวลาของเขาก็ควรได้ใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด





. ทุกวินาทีของเขามีค่า

. ทุกวินาทีที่เขามีเจ้าหญิงมีค่า





“ทำได้ไหม จินกี”

“ครับ”


... จะต้องอยู่กับเจ้าหญิงนานกว่านี้ ...






. ระยะเวลาเป็นเครื่องบอกถึงความสัมพันธ์ แต่ว่า

. กับเวลาที่ไม่เท่ากัน ของคนสองคน

. จะบอกอะไรได้ไหม



....
..

.

.



ใน คลาสเรียนที่แสนจะน่าเบื่อ เวลานี้ ชายหนุ่มสองคนมีท่าทีกลับกันอย่างสิ้นเชิง หนึ่งคนจิตใจจดจ่อกับกระดานหน้าห้อง อีกคนจิตใจล่องลอย..............หายไปไหนแล้วไม่รู้

มินโฮมองเพื่อน คนเคยขยัน นั่งเหม่อลอยไปไกลจนไม่แน่ใจว่าสติที่ยังเหลืออยู่เวลานี้ มีมากพอจะรับรู้บ้างไหมว่าอาจารย์กำลังเรียกชื่อเพื่อนของเขา



“จงฮยอน......จงฮยอน!! คิมจงฮยอน!!!!”


“คะครับ” สะดุ้งสุดตัว จนเพื่อนๆทั้งห้องหันไปมองด้วยความแปลกใจ มีเพียงเพื่อนรักอย่าง เชว มินโฮ เท่านั้นที่เอาแต่หัวเราะคิกคัก

“เหม่ออะไรนะหึ!! เธอน่ะอย่าคิดว่าเรียนดีแล้วจะมานั่งเหม่อในคลาสเรียนของฉันได้หรอกนะ ทำท่าเหมือนไปทำใครเขาท้องไว้อย่างนั้นละ”


เป็นแค่คำเดาสุ่ม เพื่อนๆในห้องหัวเราะกับมุขแปลกๆของอาจารย์ประจำคลาสวันนี้พลางคิดถึงความเป็นไปได้
ว่า จะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์เชียว ที่เพื่อนผู้ขยันเรียนอย่างจงฮยอนจะทำแบบนั้นได้ ถ้าเกิดว่าเป็นพ่อคาสโนว่าอย่างเชว มินโฮก็ว่าไปอย่าง




ถึงคนอื่นๆกำลังหัวเราะ แต่คนได้ยินไม่รู้สึกแบบนั้นเลย


... เรื่องเมื่อคืน....ถ้าแทมินเป็นผู้หญิง คงท้องไปแล้วเขาดันปล่อย ...



// ฉ่า //



เจ้าของใบหน้าคมขึ้นสีแดงระเรื่อ เพราะความร้อนที่พุ่งพรวดอย่างไม่ลืมหูลืมตา


“เอ่อ นี่ เดี๋ยวกลับมานะ”พูดเสร็จแล้วรีบเดินออกจากห้องเรียน ทามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนที่กำลังสนุกกับการพูดคุยหยอกล้อของอาจารย์ประ จำคลาส และอดแซวต่อไม่ได้เมื่อเห็นหลังไวๆเดินออกจากห้องเรียน

“ว่าไงเชว มินโฮ เธอจะมีหลานแล้วเหรอ”

มีคำถามแบบนี้ เพื่อนที่ดีอย่างเขาจะตอบยังไงละ
“อืม........คิดว่าคงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั๊งครับ”



. ไม่ถึงขนาดนั้น แล้วมันขนาดไหนละ?


......
..
.


ตรงทางเดินหน้าห้องน้ำ ชายหนุ่มกำลังยืนสงบสติอารมณ์ ทามกลางสายตาคนที่เดินผ่านไปมา
เสียงซุบซิบจากคนที่เดินผ่าน ถามอย่างสงสัย ... มายืนทำอะไรตรงนี้ ...

สุดท้ายแล้ว คนยืนนิ่งก็สติแตกอีกครั้ง มือหนาขยี้หัวตัวเองที่เซตมาอย่างดี แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
“หยุดคิดสักทีสิวะ!! ...//ปัง//...”
ตะโกนขึ้นเสียงดังในห้อง พร้อมกับเสียงปิดหระตูห้องน้ำที่ด้านในสุด


... หยุดคิดถึงแทมินแป๊บไม่ได้เหรอไง เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านไปตอนนี้หรอก ...



จงฮยอนดึงโทรศัพท์ตัวเองออกมาจากกระเป๋ากางเกง พลางกดหาเบอร์โทรที่คุ้นเคย ......แทมิน


คนโทรส งบสติที่กำลังพลุ่งพล่านด้วยกันเดินวนไปมาสองสามก้าว ทำอยู่อย่างนั้นและไม่นานเลยกับการรอคนรับ คนได้รับเสียงตอบกลับ สะดุ้งตกใจจนเกือบทำโทรศัพท์ตกลงชักโครก

“เฮ้ยๆ”

คงเป็นโชคดีของโทรศัพท์ตัวจิ๋วที่เจ้าของรับไว้ได้ทัน


... เกือบไปแล้ว ...


//อ่า.....สวัสดีคับพี่จงฮยอน......ฮันโหลๆ พี่//
“แทมิน....................เราทำอะไรอยู่”

//อ๋อดูทีวีนะคับ แล้วพี่จงฮยอนละ//
“เอ่อพี่.......ออกมาเข้าห้องน้ำน่ะ”


พอ ได้ยินเสียงก็เหมือนจะลืมตัว กำลังจินตนาการใบหน้าหวานๆนั่นผ่านเสียงทางโทรศัพท์ แล้วอยู่ๆภาพคืนนั้นก็วิ่งเข้ามา ใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เพราะกิจกรรมก่อนฟ้าสาง


มือหนึ่งกำลังกำโทรศัพท์ ส่วนมืออีกข้างจับไล้ลงบนคอตัวเองอย่างลืมตัว
จนคนฟังอีกฝากหนึ่งได้ยินเสียงอะไรตามมา

//พี่........พี่ทำอะไรอยู่กันแน่ ทำไมเสียงลมหายใจพี่ดังจัง อย่างกับ.......//
“ปะเปล่านะ เราน่ะคิดไปเอง”


คนรู้สึกตัวชักมือกลับ ดวงตาคมกำลังกรอกไปมาปฏิเสธคำพูดแม้ว่าจะยังไม่รู้ว่าฝั่งตรงข้ามพูดอะไร
ราวกับว่าสิ่งที่ทำเมื่อกี้มัน......


... ทำแบบนั้นไปได้ไง นี่ยังอยู่ที่มหาลัยอยู่เลยนะ ...


//คับคิดไปเอง....ก็คิดไปเอง.......งั้นผมวางก่อนนะ แล้วก็อย่าหักโหมละ เดี๋ยวคืนนี้ไม่มีแรงสวัสดีคับ//




. พูดว่าอะไรนะ?


... คืนนี้ไม่มีแรง ...
... อย่าหักโหม ร...รู้ด้วยว่าเขากำลังจะทำอะไร!!! ...


หัวใจกำลังเต้นรัวกับสิ่งที่ได้ยิน และกำลังจินตนาการเรื่องของคืนนี้ แต่ก็ถูกขัดด้วยเสียงเรียกเขาของโทรศัพท์ที่อยู่ในมืออีกครั้ง




RrrrrrrRrrrrrrrr อีกครั้งที่ได้ยินเสียงจงฮยอนมองมือตัวเองที่กำโทรศัพท์อยู่ไม่ห่าง
ก่อนจะกดรับเพราะเบอร์ที่ไม่คุ้นตาเอาซะเลย



ประโยคที่ได้ยินดูไม่ชัดเจนนัก เมื่อฝั่งตรงข้ามกำลังพูดรัวใส่โทรศัพท์ปะปนกันหลายภาษาจนคนฟัง ฟังแทบไม่ทัน


“!#@$%$%$@!$*&*$%*&*@”

“ใจเย็นๆครับ ผมฟังอยู่”
“#^%&^&@@@#$#^&%*#”


อีก ครั้งกับภาษาเดิมๆที่ปนกันมั่ว สองสามภาษา คงเป็นฝั่งที่โทรมากำลังร้อนรนเลยเผลอพูดออกมาจนคนฟังแทบฟังไม่ทันแต่มันไม่ ยากเกินไป สำหรับคนอย่างเขา


คำพูดหลากภาษา ค่อยๆประมวลผลอย่างรวดเร็วและเมื่อจับใจความได้ก็ตกใจจนแทบล้มลงไปกับพื้น โชคดีที่จับผนังไว้ได้ทัน




“อะไรนะครับ.....แม่โดนรถชน!!!!!!”





.
.
….

ใน ห้องเรียนมินโฮยังคงนั่งเรียน อย่างสงบ แม้ว่าในใจไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วก็ตาม ร่างสูงนั่งเรียนมองไปที่กระดานที มองไปที่ประตูห้องเรียนที

... คีย์จะทำอะไรอยู่นะ ...

ใบหน้าคมแอบยิ้ม ยามนึกถึงใบหน้าน่ารักที่กำลังรอเขากลับไปหาที่บ้าน

... น่ารัก ...





รอยยิ้ม.............. ริมฝีปากนั่น

.............เป็นของใคร.......ของมินโฮ.............

....
..แต่ก่อนหน้านี้
.
.............................เคยเป็นของใคร





จะรู้ไหมว่า มีสายตาหลายคู่ลอบมองรอยยิ้มนั่นด้วยความริษยา รอยยิ้มที่ร่างสูงเผลอยิ้มออกมา

คน ที่กำลังคิดอะไรเพลินๆกลับนึกขึ้นได้เพื่อนของยังไม่กลับมาเลย ตั้งใจว่าจะโทรไปเรียกให้กลับมานั่งเรียน แต่ทว่า ในโทรศัพท์มือถือ กลับมีข้อความส่งมาหา ที่น่าแปลกคือ ไม่มีชื่อคนส่งคงเป็นสักบริษัทที่อยากมาชวนเขาให้ใช้บริการต่างๆทางโทรศัพท์ มือถือ

... คงเป็นพวกบรรดาคลิปโป้ที่เขาเคยเล่นๆอยู่แน่เลย ...

ส่ายหัวเล็กๆ ...เขาเลิกแล้วนะ
แต่แล้วสิ่งที่ได้อ่านเจอ มันกลับไม่ใช่สิ่งที่คิดไว้เลยแม้แต่น้อย




/////////
From. ???

เด็กผู้ชายที่นายเก็บได้
อยากรู้เรื่องคนนั้นเพิ่มไหม

เด็กผู้ชายที่ผ่านอะไรๆมา จนนายไม่กล้าแม้แต่จะนึก
อยากรู้ ให้มาร้าน Secreto ที่ตรงหัวมุมถนน วันนี้
/////////




มิ นโฮมองโทรศัพท์ตัวเองอย่าพิจารณา ไม่มีชื่อคนส่ง เบอร์โทรถูกล็อคไว้ไม่เปิดเผย แม้แต่เวลาก็เหมือนกันไม่มีกระทั่งเวลาที่ส่งมาให้ ได้แมสเสจนี้มานานเท่าไรแล้ว



... น่าสงสัย ....แต่ว่า ...


... เด็กผู้ชายที่เขาเก็บได้ ...


... เรื่องของคีย์งั้นเหรอ เรื่องของคีย์ ...





เพิ่งตระหนักถึงความจริงบางอย่าง ว่าแท้จริงแล้ว ตั้งแต่อยู่ด้วยกัน


... เขาได้รับรู้อะไรบ้าง ได้รู้อะไรจากตัวคีย์บ้างไหม ...

... ไม่ เขาไม่เคยรู้อะไรเลย ...

.
.

... คีย์ไม่เคยบอกเขา ...








ในห้องกว้าง แทมินยังคงนั่งที่โซฟาตามคำสั่งของจงฮยอน ในมือถือโทรศัพท์ข้างหนึ่งแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว


. ผิดกับอีกคน...


ทั้งที่คนหนึ่งมีความสุข แต่อีกคนกลับต้องหวาดระแวง
ร่างบางในเสื้อสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีชมพูอ่อน นั่งกระสับกระส่ายเหลือบมองหน้าต่างทีประตูห้องที


... ประตูล็อคแล้ว แต่ว่าหน้าต่างยัง ...


ร่างบางเล็ก กำลังจะลุกจากโซฟา แต่ก็โดนคนที่นั่งอยู่ด้วยกันดึงรั้งไว้
“พี่คีย์จะไปไหนเหรอคับ”

ร่างบางเล็กชี้นิ้วไปที่หน้าต่าง แทมินมองตามอย่างไม่เช้าใจนัก


... หน้าต่าง แล้วยังไงนะ ...



“ทำไม เหรอคับ ช่างเถอะพี่คีย์ ให้อากาศบริสุทธิ์เข้ามาบ้างเถอะครับ เรามาดูทีวีดีกว่านะคับ” ดวงตาหวานออดอ้อนในแบบที่ใครก็ไม่อาจปฏิเสธได้

คีย์นั่งลงที่เดิม ดูทีวีเป็นเพื่อนแทมิน ที่กำลังยิ้มกำลังมีความสุข


.
.
..

... แล้วเขาละ? ...

... อากาศที่มีคนพวกนั้น ไม่บริสุทธิ์ ...


ยังคงมองหน้าต่าง แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งตกใจกับเสียงโทรศัพท์เคลื่อนที่ของแขกคนสำคัญ อย่างแทมินดังขึ้นอีกครั้ง

ใบหน้าหวานยิ้มรับกับชื่อ ก่อนจะกดรับ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั่น ทำให้คนได้ยินหัวใจพองโต

... แทมินมีเพื่อน แทมินมีคนที่รัก พี่ต้องห่วงอะไรอีกไหม ...



.....
..

..
..

.




RRRRrrrrrRRRRrrrr

แทมิน มองชื่อที่ปรากฏบนตัวเครื่องแล้วยิ้มออกมา รอยยิ้มที่ส่งให้ใครต่อใครเหมือนทุกครั้ง รอยยิ้มที่บริสุทธิ์



. ถ้าหากมีคนเอารอยยิ้มนี้ไปละ
. มันจะเหลืออะไร



ใบหน้าหวานกดรับอย่างไม่ต้องคิดอะไรเลย

... พี่อนยู ...




“สวัสดีคับพี่อนยู......เอวันนี้เหรอ”

“คงไม่ได้ละคับ วันอื่นได้ไหมคับ”

“อ่าเรื่องวันนั้น?? อือ ผมไม่รู้เหมือนกันนะคับ พี่จะลองคุยไหม จะได้ขอโทษ”

“อือ คับ อะ พี่คับ พี่คีย์พูดไม่ได้คับ”
“งั้นๆ ผมคุยให้”



ใบหน้าหวานละออกจากโทรศัพท์ หันมามองคนข้างๆที่มองมายังตัวเองด้วยความสนใจ
“อ่าพี่คีย์ จำคนนั้นได้ไหม คนที่เจอกันที่สวนสนุก......คนที่กอดพี่...........”


เพียงแค่ชั่วพริบตาหลังจากที่พูดเสร็จ ร่างบางที่อยู่ตรงหน้ากำลังพยายามลุกหนี


“ดะเดียว พี่!!คีย์!!!” ฉุดรั้งแขนดึงมือคนที่กำลังลุกหนี เรียกร้องพร้อมประกายน้ำตา


... เขาไม่อยากให้คนที่เขารู้จักต้องผิดใจกัน ...




“พี่คีย์ พี่อนยูอยากขอโทษ พี่อนยูไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะคับ” พูดพร้อมเสียงสั่นเครือ และยิ่งได้เห็นท่าทางของคนที่อยู่ตรงหน้า

ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจ แต่เหมือนกับไม่อยากรับรู้ มือที่ไม่ได้โดนจับปิดหูไว้แน่น




... ไม่!!ไม่อยากได้ยิน เรื่องคนของเจ้านาย ไม่ว่าใครๆก็เหมือนกันหมด!!!! ...

... คนพวกนั้น!!! ไม่ว่าใครก็ต้องการตัวของเขา!!! ...



“พี่คีย์ พี่คีย์แค่ฟังนะคับ ผมจะอยู่ด้วย แค่ฟังเสียงจากโทรศัพท์”



คีย์หันมองคนพูด

... แทมินจะอยู่กับเขา ...

... เขาจะต้องกลัวอะไร ...

ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันก่อนจะพยักหน้า นั่งลงที่เดิม



“เอาละ พี่อนยู ผมจะเปิดสปีคโฟน พี่อยากจะพูดอะไรก็พูดได้เลยนะคับ เดี๋ยวผมจะเป็นล่ามให้พี่คีย์เอง”


.........น้ำเสียงนั่นเหมือนกำลัง..........มีความสุข........
....................คงไม่ได้รู้เลยใช่ไหมว่าร่างบางที่เจออะไรๆมามากมาย..............
.....ต้องรู้สึกยังไงตอนนี้.............


“พี่อนยู พูดเลยคับ”
// อะเอ่อ.....คะคือ ผม ลี จินกี แต่เรียกผมว่าอนยูก็ได้คับ อ๊ะ แต่ว่าเรียกไม่ได้ใช่ไหมครับ อ๊ะแทม~~~~ พี่จะเริ่มยังไง//
“พี่ก็แค่พูดนะคับ เดี๋ยวพี่คีย์ว่ายังไงแล้วผมจะบอกให้”



ใบหน้าน่ารักกำลังยิ้มกับโทรศัพท์คีย์กำลังมองมัน


... ไม่ใช่คนของเจ้านายเหรอ? ...


กำลังคิด คนยกยิ้มก็ยื่นโทรศัพท์มาให้อีกครั้ง



“พี่คีย์ตั้งใจฟังนะคับ”


// คะคีย์ ผมขอโทษนะครับ ตอนนั้นสติผมไม่อยู่กับตัว เห็นหน้าคีย์เอ่อ....คล้ายๆกับคนรู้จักน่ะ ..........เขาเป็นคนสำคัญ......เราสองคนมีปัญหาบางอย่างทำให้เจอกันปกติไม่ ได้เลย พอเห็นคีย์....เลยอดไม่ได้......น่ะ ขอโทษนะ //



เสียงท้ายประโยคดูจะแผ่วลงไป ความคับข้องใจก็เหมือนจะอ่อนตาม

ความรู้สึกที่ส่งผ่านมาตามเครื่องมือสื่อสารขนาดจิ๋ว กำลังกระทบกับจิตใจอย่างเต็มตื้น



... ไม่ได้เจอ...คนสำคัญ ...
ดวงตาหวานกำลังมีหยดประกายสีใสติด


“พี่คีย์ พี่ร้องไห้ทำไมน่ะ!!” เสียงเล็กดูเหมือนจะตกใจกับสิ่งที่เห็น ร่างบางตรงหน้าอ่อนไหวกว่าที่คิด


// ร้องไห้เหรอ? อะขอโทษๆๆ ไม่ได้ตั้งใจนะแทมิน~~~ พี่จะทำยังไงดี~~~ //
เสียงโหวกเหวกดังจากโทรศัพท์เป็นระยะส่วนคนข้างนอกก็ได้แต่ตกใจ


“พี่คีย์ ยะอย่าร้องนะครับ” โยกตัวไปอีกข้าง เอื้อมหยิบกระดาษทิชชู่ที่อยู่อีกฟากจนสุดแขนแล้วยืนให้


// ยะยังไม่หยุดอีกเหรอ!!! //


เสียงจากโทรศัพท์ยังคงดังไม่หยุด แต่สองคนกลับไม่ได้สนใจมัน


แทมินซับน้ำตาให้อย่างร้อนรน ไม่ได้สนใจโทรศัพท์ที่ตกโซฟาไปแล้ว



. ทำไม?
. ก็คนๆนี้ไม่เหมาะกับน้ำตาสักนิด


“พี่คีย์อย่าร้องนะคับ ผมใจไม่ดีเลย”

.
.


...
.

ใบหน้าที่กำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ... เหมือนเขาเลย เหมือนเขา ที่ต้องเสียคนสำคัญไป ...



ดวงตาสวยกำลังถูกเช็ดอย่างร้อนรน คีย์มองคนที่กำลังลนลาน เพราะเขาที่กำลังร้องไห้


... นี่ก็คนสำคัญของเขา ...


ร่าง บางในเสื้อสีขาวโผเข้ากอดแทมินอย่างลืมตัว แขนสองข้างกอดรัดแน่น จนคนในอ้อมกอดแทบกระดิกตัวไม่ได้แต่ถึงยังไงก็ ยังคงรู้สึกอบอุ่น


“พี่คีย์~ พี่คีย์ไม่เป็นไรนะคับ ผมยังอยู่เป็นเพื่อนพี่นะคับ”

...
..
.
.
...
..

ที่อีกฟากหนึ่ง ชายหนุ่มกำลังนั่งมองโทรศัพท์ เขาไม่ได้เปิดสปีคโฟนแต่ว่าเสียงยังคงดังลอดออกมา

//ตื๊อ// กดปุ่มวางอย่างช่วยไม่ได้ เพราะไม่ว่าเขาจะสื่อสารอย่างไรอีกฝากก็ไม่ตอบสนองกับเขาสักนิด เหมือนกับเจ้าหญิงนิทราที่ไม่ว่าเมื่อไร ก็ไม่เคยตอบสนองเขา มือหนาลูบไล้ไปตามใบหน้าหวาน อย่างลืมตัว เหมือนได้กลับเขาสู่โลกของตัวเอง


รอยยิ้มบางปรากฏที่บนใบหน้า รอยยิ้มนี้ไม่ได้เปล่งประกายเมื่อทุกครั้ง
ไม่ได้ฉีกยิ้มจนคนรอบข้างรู้สึกสดชื่นเหมือนทุกที
แต่คราวนี้เป็นเพียงรอยยิ้มที่ออกมาจากหัวใจ


... เจ้าหญิง ...



มือหน้าลากนิ้วผ่านพวงแก้มขาว มาหยุดลงที่มือบางใต้ผ้าห่มสีขาวโอบอุ้มมือราวกับเป็นแก้วอันเประบาง

เสียงถอนหายใจมาพร้อมกับเงาคนสองคนเดินเข้ามาหาเขา สองคนที่คุ้นเคย
“วางไปก่อนนะครับ ฝั่งนู้นดูเหมือนจะยุ่งๆ” หันมายิ้มอีกครั้ง



. ฉีกยิ้มกว้างอย่างเคย
. ส่งรอยยิ้มอย่างเคย
. แต่ดูเหมือนจะเป็นรอยยิ้มที่...เคยชิน


ดูเหมือนว่าสองคนที่เดินเข้ามาไม่ได้อยากรู้เรื่องราวในโทรศัพท์ได้แต่ยืนนิ่งจนคนมองฉีกยิ้มต้องเอ่ยถาม



“อ่า มีอะไรเหรอครับ”



“เจ้านาย สั่งว่าให้ทำตามคำสั่งของคุณน่ะครับ” ค้อมตัวสี่สิบห้าองศาไม่ขาดไม่เกิน จนคนมองรู้สึกอึดอัดแล้วยังมีคำเรียกนั่นอีก

“เรียกว่าอนยูก็ได้นะครับ”

“ครับคุณอนยู”

“ไม่ๆ แค่อนยูเฉยๆก็พอ”

ยิ้มบอกแต่ดูเหมือนมันจะไม่ทำให้คนที่อยู่ในกรอบหลุดออกมาได้เลย

“ครับ คุณจินกี”

และนอกจากออกจากกรอบไม่ได้ ยังต้องกลับเข้ากรอบไปอีกครั้ง
อนยูมองใบหน้านิ่งของคนสองคน ก่อนจะส่ายหัวเล็กๆ......เป็นพวกที่เถรตรงเกินไปละมั๊ง


ก่อนที่จะคิดอะไรอย่างอื่นได้อีก โทรศัพท์ที่เจ้าตัวกำลังถือ ดังขึ้นอีกครั้งชื่อบนนั้น ทำเอาเขาต้องรีบรับ

... เจ้านาย ...


“สวัสดีครับ เจ้านายมีเรื่องอะไรเหรอครับ ผมกำลัง......” เอ่ยถามรัวแต่ก็โดนขัดเสียก่อน
“จินกี........นายว่า เวลาตอนนี้คืออะไร”



. คำถามแปลกๆ
. เวลา คืออะไร

. ตอบได้รึเปล่า?



// เวลาของนายตอนนี้คืออะไร //
// เวลาที่จะทำให้นายมีความสุข คืออะไร //


... เจ้าหญิง ...

ริมฝีปากหนาที่กำลังจะเอ่ย ต้องหยุดเมื่อเสียงที่ส่งผ่านโทรศัพท์เครื่องจิ๋ว กำลังทำให้เขา

...กลายเป็น คนบ้า



// มันช้า..... มันน้อยลง ถ้านายไม่เริ่มทำอะไร เวลาของนายจะน้อยลง ฉันคงใจดีกับนายเกินไปใช่ไหม//

... เวลาของเขา จะน้อยลง ...

... เวลาของเขากับเจ้าหญิงจะน้อยลง ...


.


... ไม่!! ...







...
..
.
.

จง ฮยอนเดินกลับมายังห้องเรียน ทุกคนในห้องต่างก็ตั้งใจผิดกับเมื่อครู่ก่อนเขาออกไป แต่ว่าตอนนี้ จิตใจของเขาตอนนี้ไม่พร้อมที่จะเรียนแล้ว แม่ของเขาได้รับอุบัติเหตุ ถ้าแทมินรู้จะทำยังไง


คนรู้กำลังจินตนาการถึงร่างเล็กที่ยังคงอยู่ที่บ้าน

... แทมิน ...
.


คงกำลังคิดถึงใครอีกคนจงลืมสังเกตคนข้างๆ


ตอนนี้หายไปแล้ว ไม่อยู่แล้ว

. ไปไหนแล้ว?



.
...
..
.
มินโฮก้าวขึ้นรถคันหรู จับพวงมาลัยอย่างคิดไม่ตก



... จะไปดีรึเปล่า ...

ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ว่าเท้ากลับเหยียบคันเร่ง ออกจากห้องเรียนมาก่อนที่จะหมดคาบ


รถ สีเข้ม กับเลขบนป้ายทะเบียนที่ไม่ว่าใครต่างก็มองออกว่าเป็นพวกคนมีเงิน กำลังขับมาราวกับไม่ได้เร่งรีบอะไร ซึ่ง คราวนี้คงต่างจากทุกครั้ง

คนด้านในกำลังมองร้านฝั่งตรงข้าม ร่างขนมเค้กในบรรยากาศที่เงียบสงบ



... เงียบขนาดนี้เลยเหรอ? ...



กำลัง ตั้งคำถามในใจ เมื่อพบร้านที่ตามหา ร้านที่มีเพียงลูกค้าไม่กี่คน นี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เขาได้เห็นใครอีกคนในชุดสูทสีดำ ดวงตาใต้กรอบแว่นสีเข้มนั่น........เหมือนกำลังมองเขา



... คิดไปเองรึเปล่า ...


กำลัง คิด แต่ว่า คนในชุดสูทนั่นกำลังเปลี่ยนท่านั่ง พร้อมกับเลื่อนของไปมาบนโต๊ะ ....แต่ว่ายังคงมองเขา มองเขาที่ขับรถชะลอดูลาดเลา มือนั่นยกของขึ้นมาในมุมที่เขาเห็นชัดที่สุด



... เครื่องเล่นดีวีดีขนาดพกพา ...



เหมือนกำลังยั่วเขา คนถือเปิดมันออก กดเล่นคลิปที่อยู่ด้านในการเคลื่อนไหวที่เขาไม่อาจละสายตา


... นั่น คีย์ใช่ไหม คีย์ ...





กว่าจะรู้ตัว ร่างสูง ก็มาอยู่ที่ตรงหน้าคนในชุดสูทดำแล้ว รอยยิ้มประที่มุมปากเหมือนกำลังยินดีที่เขามายืนอยู่ตรงนี้

ร่างบางไม่สูงนัก ในชุดสูทยืนขึ้นพร้อมกับผายมือให้คนที่มายืนนั่งลง



“คิดไม่ผิด เป็นคุณจริงๆ นั่งก่อนสิครับ”


มินโฮมองท่าทางที่เป็นมิตรนั่น ก่อนจะเอ่ยคำถามแรก “คุณใช่ไหมที่ส่งข้อความนั่นมาให้ผม”



“ขอ โทษที่ทำให้ผิดหวังนะครับ ผมไม่ใช่คนส่งข้อความ ผมมาเพื่อส่งสารที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเด็กผู้ชายคนนั้น เชิญนั่งลงเถอะครับคนมองใหญ่แล้ว”


คนพูดผายมือพร้อมกับนั่งลง ที่นั่งของตัวเอง ค่อยๆถอดแว่นสีเข้มออกเผยให้เห็นดวงตาน่ารัก มินโฮมองท่าทางที่เหมือนไม่สนใจเขา แต่ทว่าดวงตาเรียวเล็กนั่นอยู่ๆก็เหลือบมามองเขา


“ไม่อยากรู้เหรอครับ”


. ต้องมีคำตอบอื่นอีกเหรอ?




ร่างสูงนั่งลงที่เก้าอี้มองร่างบางในชุดสูทที่กำลังถอดแว่นกันแดดสีดำออก ใบหน้าหวานที่ไม่ได้บ่งบอกอารมณ์

ภายใต้ใบหน้านั่นกำลังบอกอะไร มือบางเลื่อนเครื่องเล่นดีวีดีมาตรงหน้า พร้อมหูฟัง


“คุณคงไม่อยากให้ใครๆต้องได้ยินหรอก”

ถึงจะได้ยินอย่างนั้นร่างสูงกลับนั่งเฉย ดวงตาคมมองตัวเครื่องอย่างหวาดระแวง ที่หน้าจอดำสนิทกำลังรอเขากดปุ่มPlay




. แค่กดปุ่มเท่านั้น


. แค่

. กด

.....


..
..................
...
.





ใน ห้องกว้างร่างบางเล็ก หน้าต่างทุกบานปิดสนิท ผ้าม่านเองก็เช่นกัน ร่างเล็กนั่งขดตัวอยู่คนเดียวบนโซฟาตัวกว้าง ช่างดูโดดเดียวเหลือเกิน คนกำลังรอชะโงกหน้ามองประตูห้อง

รอให้เจ้าของห้องกลับมา ...............แต่ว่าคนที่อยู่ด้วยไปไหนแล้ว

 

 

 





// ปังๆๆ //


เสียง ประตูดังลั่น ทำเอาคนในห้องสองคนอดตกใจไม่ได้ แต่คนที่ดูท่าทางจะตกใจมากนั่นคงเป็นร่างบางเล็กที่ทำตัวเป็นเจ้าบ้าน คอยดูแลแขกผู้มาเยือน



มือบางที่เดินหอบตะกร้าองุ่นปล่อยออก ชักเข้าหาลำตัวอย่างตกใจ


// กึก!~ //


ตะกร้าสานตกลงกับพื้นองุ่นสีม่วงบางพวงกระเด็นกระดอนออกมาจากตะกร้า จนร่างบางมองชะงัก


// ปังๆๆ แทมิน~~ พี่มารับแล้ว//



เสียง ที่คุ้นเคย ทำเอาคนได้ยินใจชื้น คีย์ก้มลงค่อยๆเก็บองุ่นที่ตกเข้ากลับตะกร้าอย่างเดิม บางลูกช้ำจนไม่น่ากินเลยคนทำตกมองอย่างเสียดาย จนกระทั่งมีใครอีกคนเดินเข้ามา ในมือถือถังขยะใบเล็ก



“เก็บทิ้งเถอะพี่คีย์ ช้ำขนาดนั้นแล้ว กินไม่ได้หรอก”



มือเล็กๆยื่นออกมาคว้าเอาลูกช้ำในมืออีกคนแล้วทำท่าจะเอาทิ้งในถังขยะ แต่ว่าคนเห็นกลับดึงมือนั้นไว้



... เสียดาย ยังกินได้แค่ตกเอง ...
... พี่กินเอง ...


ดวงตาหวานมองอีกคนสลับกับลูกองุ่นช้ำ


“พี่คับ มันไม่น่ากินแล้วช้ำขนาดนี้อ่ะคับ เก็บส่วนที่น่ากินไว้ ส่วนลูกที่ช้ำก็ทิ้งเถอะนะคับ”


// แทมิน~~~ //


“คับๆ พี่นี่หยุดตะโกนได้แล้ว”
เสียงหวานตะโกนกลับไปก่อนจะลุกไปยังประตูห้อง ทิ้งให้ร่างบางนั่งมององุ่นคนเดียว



. เก็บส่วนที่น่ากิน
. ทิ้งส่วนที่ช้ำ


. แค่รอยช้ำก็อาจถูกทิ้ง



... เขาเอง............ก็อาจถูกทิ้ง ...


.
....
..
...
...........................................


ที่ประตูห้องจงฮยอนมองประตูอย่างร้อนรน .....เขาอยากเจอแทมินเร็วๆ

“แทมิน!!~~”
ส่งเสียงเร่งให้คนข้างในต้องเปิดประตูออกมา


//แกร๊ก//

ประตูห้องถูกปิดออกร่างบางที่เขากำลังคิดถึงอยู่ตรงหน้า คว้าแขนบางแล้วดึงเข้าสู่อ้อมกอด

“อ๊ะ พี่จงฮยอน~~~” คนในอ้อมกอดได้แต่ร้องเสียงหลงเมื่อตัวเองถูกกอดโดยไม่ได้ตั้งตัว
“แทมิน แม่! แม่~~”

น้ำเสียงแปลกจนคนได้ยินต้องรู้สึก

“แม่ ทำไมเหรอคับ พี่จงฮยอนใจเย็นๆนะครับ” กอดตอบ ฝ่ามือนุ่มลูบหลังอีกฝ่ายเพื่อเรียกให้คนที่กำลังพูดไม่รู้เรื่องให้กลับมา เหมือนเดิม
“แทมิน ฟังพี่แล้วอย่าตกใจนะ วันนี้แม่โดนรถชน”
“อะไรนะครับ!!!”




ส่งเสียงดังลั่น จนคนที่กังเก็บองุ่นในห้องเงยหน้าขึ้นมามองอย่างสงสัย
ร่างบางเล็กในอ้อมกอดผู้มาเยือนทำเอาคนเห็นรีบลุกขึ้น ก่อนจะก้าวเท้าไปยังทั้งสองคน



... แทมิน น้องของเขา ...



แต่ว่า

ขาที่กำลังก้าวไปข้างหน้าหยุดชะงัก




“พี่ว่าอะไรนะ แม่ถูกรถชน แล้วเป็นยังไงบ้าง!!!ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม”
น้ำเสียงสั่นเครือ คนที่กำลังกอดกระชับอ้อมกอด



ไม่มีที่ให้เข้าไปแทรกได้เลย
คีย์ได้แต่มอง สองคนที่ค่อยๆเดินออกไป


... แล้วเขาละ ...
... เขาอยู่ตรงไหน ...




.
.
...
..
.


ร่าง บางนั่นนิ่งบนโซฟา แขนสองข้างกอดเข่าตัวเองอย่างลืมตัว ที่โต๊ะข้างหน้ามีตะกร้าองุ่น ในมือเล็กๆเองก็ประคองลูกองุ่นช้ำที่มีรอยช้ำเล็กๆไว้



... เมื่อไรจะมา ... เมื่อไรจะมา ...

... เขาจะได้ไม่ถูกทิ้ง ...


//แก ร๊ก// ประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้ง ร่างบางวิ่งไปที่ประตูห้องร่างสูงในชุดเดียวกับตอนออกไปกำลังปิดประตูห้อง ช้าๆ โยนเจ้าลูกองุ่นเข้าปากกลืนมันไวๆ แล้วยิ้มให้กับคนที่เดินเข้ามา



. มีบางอย่างผิดปกติ

. ความเงียบนี่ ดูไม่ปกติเลย



ร่างบางเล็กรีบเดินออกไปรับเช่นทุกครั้ง ดวงตาหวานส่งประกายพร้อมรอยยิ้ม ให้คนที่กำลังเก็บรองเท้า



. จะเห็นรึเปล่า? จะเห็นเหมือนทุกวันรึเปล่า

. ทุกวันเห็น

. แต่ว่า....วันนี้ไม่




ร่าง สูงเดินผ่านร่างบางไปไม่แม้แต่จะเหลียวมอง คนเดินผ่านไป มุ่งตรงไปยังห้องครัวทิ้งร่างบางไว้เพียงลำพัง ให้ร่างบางต้องขุดเรื่องก่อนหน้านี้มาคิด...

.
.หรือว่าจะโดนทิ้ง?


... โดนทิ้งแล้วเหรอ ...

... ไม่หรอก ก็มินโฮบอกแล้วว่าจะปกป้องเขา ...



คน ปลอบใจตัวเองได้แต่ยืนนิ่ง เพียงชั่วครู่ก็ได้ยินเสียงกุกกักในห้องครัว ร่างบางหันไปมอง ก่อนจะรีบก้าวเท้าตามเสียงที่ได้ยินสิ่งที่เห็นทำเอาเจ้าตัวอดสงสัยไม่ได้ เมื่อ ร่างสูงเจ้าของห้องยืนอยู่หน้าเค้าเตอร์กำลังรื้อค้นบนตู้ที่อยู่เหนือหัว แก้วหนึ่งใบถูกหยิบออกมาวาง ตามด้วยขวดแก้วที่บรรจุด้วยน้ำสีอำพัน ร่างเล็กยืนมองท่าทางของคนที่ไม่ยอมพูดอะไร


ก่อนที่จะนึกเหตุผลที่คนตรงหน้านี้เงียบไป ก็ต้องตกใจเมื่อ ได้กลิ่น


กลิ่นที่เขาไม่ชอบเลย.......

..........เหล้า...................



ไวกว่าความคิดร่างบางรีบก้าวเท้าเข้าไปหาใบหน้าหวานเงยหน้า มองร่างสูงที่กระดกแก้วทรงสูงที่มีเหล้าอยู่ที่ก้นแก้วจนหมด


... ไม่ชอบๆ เขาไม่ชอบ ...


ได้ แค่คิดร่างบางที่มักทำอะไรก่อนที่จะได้คิด ก็เอื้อมไปแย่งขวดได้ก่อนที่ร่างสูงจะหยิบขวดอีกครั้งขวดสีอำพันถูกดึงเข้า สู่อ้อมอกกอดแน่น แม้จะเกลียดกลิ่นนี้มากแค่ไหน แต่ถ้าปล่อยมือ.... คนตรงหน้าต้องเอาไปแน่

“ปล่อยมือคีย์”



... ไม่ ...



ส่าย หน้ารัวปฏิเสธเสียงทุ้มต่ำ ร่างบางเอี้ยวตัวหลบมือที่ยื่นมาคว้า เจ้าขวดแก้ว หันหลังหนีมือที่ยื่นเข้ามาจนน้ำสีอำพันกระฉอกเลอะเสื้อสีขาว

ร่างบางยู่หน้าเมื่อรับรู้ว่าน้ำใสที่เขาเกลียกนักหนาหยดลงบนเสื้อ



“ส่ง มาเดี๋ยวนี้!!” เสียงคมหนักแน่น ไม่พูดเปล่าร่างบางถูกดึงเข้าสู้อ้อมกอดอกกว้างซ้อนทับแผ่นหลังบาง แขนข้างหนึ่งโอบเอวคนที่กำลังเดินหนีไว้ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาจับใบหน้าหวานไว้ คนโอบรัดกำลังทำตามอำเภอใจ ร่างบางในอ้อมกอดได้แต่หลับตาแน่น ไม่อยากเห็นท่าทางแบบนั้น และยิ่งอยากหันหนีเมื่อ ใบหน้าคมโน้มเข้ามาคลอเคลียที่ข้างแก้ม

กลิ่นแอลกฮอล์ที่ปะปนมากับลมหายใจ



... เกลียด....เกลียด..... ...


ใบหน้าหวานหันหนี กลิ่นที่เกลียดแสนเกลียด




“จะ หันหนีไปไหน” เสียงกระซิบที่ข้างหูทุ้มต่ำจนน่าแปลก ร่างบางได้แต่มองตรงไปข้างหน้าอย่างหวาดหวั่นจนดวงตาใสเป็นประกายดูวูบไหว แปลกๆเมื่อได้ยินอีกประโยคตามมา




“น่าจะชินแล้วนี่”



... ชิน? ...

... ชินงั้นเหรอ? ...




ร่าง บางหันหลังกลับมองร่างสูงที่ยืนมองเขานิ่ง มือของคนกอดปล่อยออกแล้ว แขนข้างหนึ่งของคีย์อุ้มเจ้าขวดสีอำพันไว้ ส่วนมืออีกข้าง ดึงเสื้ออีกฝ่ายแล้วกระตุกแรง ดวงตาหวานมีแววร้อนรน



... หมายถึงอะไร.. บอกมานะ ...



ดวง ตาคมกำลังจ้องทุกการกระทำ จนเมื่อได้สบตา ดวงตานั่นกำลังมองลึกลงไปในดวงตาอีกฝ่าย และเป็นคีย์ที่ต้องก้มหลบสายตา มือที่กระตุกเสื้อเปลี่ยนเป็นกำไว้ ทุกการกระทำหยุดนิ่ง ราวกับปล่อยเวลาให้เดินผ่านไปจนอีกคนดึงขวดออกจากมือบาง ไปไว้บนเค้าเตอร์ใกล้ๆ คีย์หันมองกำลังเอื้อมมือเข้าไปฉวยเจ้าขวดนั่นไว้อีกครั้ง



แต่ทว่า....ไม่ได้ เมื่อร่างสูงจับไหล่บางไว้
คนตัวบางกำลังสนใจขวดแก้วจนกระทั่งได้ยิน เสียงทุ้มต่ำตามมา




“คีย์ ฉันรักนายนะ”


. ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดี
. แล้ว
. ทำไมอยู่ๆถึงพูดออกมา?



.

.
.

.


มินโฮมองร่างบางที่ยืนนิ่งเมื่อได้ยินคำบอกรักของเขา ก่อนจะดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดกอดแน่น เจ้าของอ้อมกอดนี้กำลังหวั่นไหว

... รักฉันบ้างไหม ...


. อะไรที่ทำให้ไม่แน่ใจ?

มินโฮปล่อยร่างบางออกจับไหล่เล็กๆไว้
“นายรักฉันไหมคีย์” กระซิบเสียงที่ข้างหู “บอกรักฉันบ้างได้ไหม”


. จะบอกยังไง

. พูดไม่ได้จะบอกยังไง?



“บอกอย่างที่นายเคยทำไง”



... บอกอย่างที่เคยทำ ... หมายถึงอะไร! ...

... เขาไม่เคยทำอะไรแบบนั้น ...


... กับมินโฮ ...




ใบ หน้าหวานมองดวงตาคมอย่างสงสัย ในดวงตานั่นเหมือนกับกำลังควานหาอะไรในตัวเขา คิดได้ไม่ทันไร มือสวยข้างหนึ่งถูกฉวยไว้ก่อนจะถูกจับนิ้วให้งอจนกลายเป็นรูปครึ่งหัวใจ


“แล้วก็อีกข้าง....!!!” เสียงทุ้มต่ำมีแววตกใจเมื่อมืออีกข้างที่ร่างสูงเอื้อมมือไปจับยกขึ้นมาถูกสะบัดออก


ร่าง เล็กๆซ่อนแขนไว้ที่ข้างหลัง แล้วมองร่างสูงที่หันมองมือตัวเองก่อนจะตะหวัดสายตามองร่างบางอีกครั้ง ที่ดวงตาคมมองเขา มองเหมือนเขาทำอะไรสักอย่างพลาดลงไป ไม่ทันไร มือข้างที่ถูกจับก็ถูกกระชากให้เข้าไปหาร่างสูงจนมือบางกระแทกกับอกกว้าง



“ทำไมละคีย์!”


มืออีกข้างที่ซ่อนอยู่ก็ถูกดึงขึ้นมาข้อมือทั้งสองข้าถูกดึงเข้าหาร่างสูง คนตัวบางกำลังสั่นคลอนเพราะแรงกระชาก


“เพราะอะไรละคีย์!!!!” มือหนาที่จับข้อมือบางเปลี่ยนเป็นจับต้นแขน ร่างบางสั่นไหวไปมาตามแรงที่มือหนาเหวี่ยง


“นายมีใคร นายมีใครใช่ไหม!!!”


สติที่เคยมีเริ่มไม่อยู่กับตัวเอง เมื่อคิดถึงสิ่งที่ได้รับรู้เมื่อตอนก่อนกลับมา สิ่งที่ทำให้เขาคิดมาตลอดช่วงเย็น.

... คีย์ไม่เคยทำกับเขา ...
... คีย์ไม่เคยบอกรักเขา ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน ...



.
.
.

แววตาที่กำลังหวาดหวั่น ฉายชัด เมื่ออีกคนกำลังขาดสติร่างกายบางขยับไหวไปมา พร้อมกับส่ายหน้ารัว

... ไม่มี! ไม่มีใคร!!! ...

แขนสองข้างที่พยายามสะบัดมือที่จับต้นแขนออก แต่ว่ามันไม่เป็นผลแม้แต่น้อย และยังไปเร่งให้อีกฝ่ายเพิ่มแรงขึ้นอีก

... เจ็บ!! ปล่อย ปล่อยนะ!!! ...

“ทำไมละคีย์ รังเกียจเหรอ”

มือเรียวบางพยายามเอื้อมมาแกะมืออีกฝ่ายที่ยังคงจับออก รอยแดงที่สิ่งยืนยันได้ว่าตอนนี้ร่างบางรู้สึกยังไง



... เจ็บ มินโฮเจ็บ ...

... ไม่เอาแล้ว ...


ดวง ตาหวานเริ่มมีน้ำตาคลอเมื่ออีกคนไม่มีท่าทีว่าจะปล่อย แถมยังเพิ่มแรงขึ้นเรื่อยๆมือที่คอยแกะ แขนที่คอยสะบัดค่อยๆหยุดลง เจ้าของใบหน้าหวาน ก้มต่ำ เสสายตามองปลายเท้าของตัวเอง จนได้ยินเสียงทุ้มต่ำใกล้ๆมือข้างหนึ่งที่จับที่ต้นแขน ละออกมา เชยใบหน้าหวานให้เงยขึ้น สบสายตาคม



. ดวงตาเล็กๆนั่นกำลังร้องไห้



“คีย์ ได้ยินไหม ฉันรักนายจริงๆนะ นายรักฉันไหมคีย์ บอกฉันหน่อย บอกรักอย่างทีนายเคยบอก”

... บอกอย่างที่เคยบอก?? ...



ดวงตาที่คลอไปด้วยหยดน้ำ หันหน้าหนีมือที่เชยคางเขาขึ้นมาแล้วมองรอบตัว ไล่จากประตูห้องยันไปหยุดที่หน้าต่าง หน้าต่างที่ปิดสนิท

... เจ้านาย มองอยู่รึเปล่า เห็นอยู่รึเปล่า ...
... ถ้าเห็น ...




“มอง อะไรคีย์ นายมองหาใคร!!” อีกครั้งที่ร่างสูงเรียกสติให้ร่างบางกลับมา ดวงตาคมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดูเหมือนกำลังโกรธเขาที่กำลังมองหา .................

... มองหาใคร? ...


มือสองข้างเขย่าแขน คนตัวบาง “บอกฉันสิคีย์!! แค่บอกฉัน โกหกมาก็ได้ขอร้องคีย์” ต้นเสียงกระชากจิตใจคนตัวบางให้หวาดกลัวก่อนจะแปรเปลี่ยนเมื่อ ต้องการเน้นย้ำ น้ำเสียงนี้บอกอะไร น้ำเสียงที่น่าสงสาร น้ำเสียงที่เหมือนถูกต้อนให้จนมุม



. ผิดแล้ว ไม่ใช่ถูกต้อน

. แต่กำลังไล่ต้อนให้ใครอีกคนต้องจนมุม




ใบหน้าหวานหลุบต่ำไม่กล้าตอบรับ และไม่กล้าแม้จะปฏิเสธ



... บอกไม่ได้!! ...

... เขาบอกรักมินโฮไม่ได้ ...




“คีย์” เสียงเรียกที่มาพร้อมเพิ่งแรงที่บีบรัดต้นแขนบาง ก่อนจะปล่อยออกช้าๆ
“ไม่ได้สิ่นะ” ใบหน้าคม หันมองไปทางอื่นก่อนจะหลับตาลง

... ไม่ใช่นะ ...

มือเล็กๆ เกาะเกี่ยวแขนเสื้อกระตุกเบาๆ แต่ทว่ามือนั้นกลับถูกปัดออกอย่างง่ายดาย

“ไม่ต้อง”




. มันเกิดอะไรขึ้น?





ที่ แห่งนั้น ร่างเล็กในชุดสูทนั่งจิบกาแฟบนโต๊ะอย่างอารมณ์ดี ผิดกับชายหนุ่มร่างสูงที่เอาแต่มองภาพเคลื่อนไหวใน เครื่องเล่นดีวีดี บนดวงตาคมสะท้อนให้เห็นการเคลื่อนไหวทั้งหมดในคลิปนั่น

ภาพร่างบาง เล็กในชุดแปลกตา กำลังหัวเราะและกำลังแจกรอยยิ้มให้กับตุ๊กตากระต่ายตัวโตในอ้อมกอด รายยิ้มนั่นเหมือนกับสามารถให้ความรักกับคนทั้งโลกได้ จนกระทั่งร่างบางหันมายิ้มให้กับกล้องที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้ร่างบาง รอยยิ้มถูกส่องทอดผ่านกล้องให้กับคนที่อยู่หลังกล้องทั้งคนที่อยู่ตรงนั้น และคนที่กำลังดูผ่านคลิปตรงนี้ มือเล็กๆเอื้อมมาไขว่คว้ากล้อง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ทว่าดูเหมือนคนถือจะไม่ยอมให้ง่ายๆ ร่างเล็กปล่อยกระต่ายตัวโตในอ้อมกอดพร้อมกับเดินเข้าหากล้อง กล้องยังคงจับภาพร่างเล็กที่เดินตามทั้งที่กำลังเปลี่ยนอยู่ในมุมสูงร่าง เล็กๆเหยียดสุดแขนเพื่อคว้ากล้องอีกครั้ง

ดวงตาหวานมีแววสนุก

ร่างสูงมองภาพเคลื่อนไหวนั่น อย่างอารมณ์ดี

... รอยยิ้มน่ารักนั่น น่าสัมผัส ...


คน ที่เอาแต่ยิ้มเพราะภาพที่ทำให้ตัวเขามีความสุขก่อนจะเริ่มรู้สึกขัดใจเมื่อ ร่างเล็กที่กำลังไขว่คว้ากล้องสะดุดกับอะไรบางอย่าง จนตัวล้มไปทางด้านคนถือกล้อง มีมือหนาที่ยื่นมาพยุงร่างบางไว้

... ใครวะ ...

มือ ที่พยุง ค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นลูบไล้ใบหน้าหวาน กล้องยังคงจับใบหน้าหวานที่ทำตาโตเมื่อโดนสัมผัสที่ใบหน้า มือบางกำลังเอื้อมมาจับมือที่โอบแก้มขาวของตัวเอง แต่แล้วอยู่ๆภาพที่ฉายออกมาก็กลายเป็นภาพสีดำสนิท วินาทีแรกที่คนดูเห็น ต่างก็คิดว่า สิ่งที่เขาได้ดู จบลงแล้ว

แต่เปล่า

ตรงกลางที่บนหน้าจอที่ดำมืดปรากฏข้อความขึ้นที่กลางหน้าจอช้าๆ


/ ... เขาเคยบอกรักนายไหม ... /


... บอกรักงั้นเหรอ? ...


ยังคิดได้ไม่ทันไรภาพก็กลับมาอีกครั้ง การเคลื่อนไหวคราวนี้ มาพร้อมเสียงพูด

// คีย์...นายรักฉันไหม //

เสียง ที่ได้ยิน เป็นร่างสูงที่มินโฮกำลังเดาว่าเป็นเจ้าตัวคนถือกล้อง ยิ่งไปกว่าการได้ยินสิ่งที่คนถือกล้องพูด ร่างบางเล็กพยักหน้าน่ารักพร้อมรอยยิ้ม มือที่ร่างบางเอื้อมมาเพื่อจับยังคงจับมือหนาที่ข้างแก้มนั่นไม่ปล่อย

// ถ้ารักแล้วต้องทำยังไง //

ขาดคำร่างบางเล็กๆถอยเท้าออกมาก้าวหนึ่ง มือสองข้างประสานที่ปลายนิ้วทำเป็นรูปหัวใจใกล้ๆอกซ้าย

. รัก?

... บอกรักงั้นเหรอ? ...


// ทำตัวน่ารักอีกแล้วนะมาๆ มาให้กอดหน่อย แล้วฉันจะให้รางวัล //


ภาพถูกตัดออกไปแล้ว ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นเห็นในหน้าหวานใกล้ๆก่อนภาพจะกลายเป็นสีดำ พร้อมข้อความที่ตามหลังมา ข้อความที่เขาฉุกคิด

/ เขาเคยบอกรักนายไหม /

/ เชื่อสิ /

/ ว่านายไม่มีวันได้มัน /



... ไม่มีวันได้! ...

ดวงตาคมกระตุกวูบเมื่อได้เห็นข้อความสุดท้าย แล้วกดเล่นซ้ำช่วงข้อความสุดท้ายนั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างบางในชุดสูทยกข้อมือดูนาฬิกา

. หมดเวลา


“ขอโทษนะครับ คุณมินโฮ แต่เวลาหมดแล้ว”




.....
...
....
...
.




ในห้องกว้างคนสองคนหันหน้าเข้าหากันมองสิ่งที่อยู่ในในมือเครื่องมือสื่อสารขนาดจิ๋ว ที่ทำหน้าที่ของมันอย่างเอาเป็นเอาตาย



.ไม่ติด ไม่ว่ายังไงก็โทรไม่ติด



“พี่จงฮยอน แม่จะเป็นอะไรมากไหม”



เสียง เล็กแหลมกำลังสั่นเครือ เส้นผมบางกำลังสั่นไหวตามแรงสะท้านของร่างกาย แม้พยายามกลั้นไว้แล้วแท้ๆ แต่ว่ายิ่งพยายามกั้นไว้ ก็ยิ่งเหมือนถูกทำลายได้ง่าย

จงฮยอนมองน้องรักที่กลายเป็นเพิ่งคนรัก ของตัวเอง เอื้อมมือไปลูบหัวที่กำลังสั่นสะท้าน แต่ว่าทำได้ไม่เท่าไรก็ถูกโผเข้ากอดเต็มแรงโอบรอบตัวอีกคนไว้แน่น พร้อมคำพูดที่ติดค้างในใจ



“พี่จงฮยอน~ ถ้าแม่เป็นอะไรไป เราจะทำยังไง~....เราเรื่องของเราสองคน..... เราจะขอโทษแม่ยังไง”



ร่างเล็กพร่ำพูดทั้งที่น้ำตากำลังนองหน้าจงฮยอนได้แต่กอดตอบ



... เขายังไม่ได้บอกแม่ ...
... เขาลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ ... แต่หลงระเริงจนลืมคิดถึงเรื่องนี้ ...



“ไม่เป็นไรแทมิน แม่จะต้องไม่เป็นไร”
“แต่เรายังติดต่อแม่ไม่ได้”


ใบหน้าหวานมีแววกังวลที่เจือปนมาด้วยความรู้สึกผิด .... ทั้งที่ตัดสินใจแล้วแท้ๆ

“หรือว่าเราควรเลิก.............” เสียงหวานที่สั่นสะท้านหายไป เมื่อถูกบดเบียดด้วยริมฝีปากนุ่ม


เสียงอู้อี้ในลำคอ เร่งให้คนที่กดจูบถอนออกไปโดยไว ข้อมือบางทุบลงบนอกกว้างก่อนจะถูกปล่อยให้เป็นอิสระ

มือ หนากระชับใบหน้าหวาน ให้หันมองที่ตัวเองพูด “เราจะพูดอะไรน่ะแทมิน พี่ไม่มีวันที่จะเสียทั้งเราทั้งแม่ไป” จูบที่ขมับแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น



ความเงียบที่เข้าปกคลุมร่างบางเล็กได้แต่ซุกตัวในอ้อมกอดที่ปลอดภัย


เวลา นานเท่าไรกัน ที่คนสองคนยังคงกอดปลอบกันและกันอยู่อย่างนั้น ความมืดที่ปกคลุมรอบตัวเหมือนกำลังดึงให้สองคนจมไปกับความเงียบ แต่ทว่าความเงียบนั้นกลับถูกทำลาย



// ก๊อกๆๆ // เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกให้สองคนกลับมา


“มีคนมาครับพี่จงฮยอน” เสียงเล็กเอ่ยเบาๆ อ้อมกอดที่กอดกันแน่นผ่อนออกไปแล้ว

จงฮยอนผละออกมาก่อนจะเดินไปกดเปิดไฟห้อง แล้วเดินไปยังประตูห้อง แทมินได้แต่มองตาม มือบางกำลังกดโทรออกอีกครั้ง



... ไม่อยากให้เสียเวลาแม้สักนิด...


จงฮยอนมองแขกผู้มาเยือน คราวนี้ไม่เพื่อนของเขา ไม่ใช่คนรู้จัก แต่เป็นยามที่คอยเฝ้าอยู่ที่ชั้นหนึ่ง


“คุณจงฮยอนใช่ไหมครับ” เพียงแค่พยักหน้าตอบกับคำถาม

“เมื่อ ครู่มีคนมาหาคุณ และฝากของให้คุณน่ะครับ ผมตั้งใจจะเอาให้คุณพรุ่งนี้ตอนคุณลงไปข้างล่าง แต่เห็นเขาบอกด่วนเลยเอาขึ้นมาให้ก่อน”



ซองสีขาวถูกส่งให้ ทันทีที่เอ่ยจบ กระดาษโน้ตเล็กๆที่พับที่ติดมาจงฮยอนมองมัน หลังจากที่คนเอามาให้เดินจากไปแล้ว มารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อร่างบางเล็กเดินตามหลังมาหยุดมองคางเล็กๆเกยอยู่บน ไหล่กว้าง แขนอีกข้างพาดไว้บนไหล่ของร่างสูงในมือกำลังกดโทรออก



“อะไรเหรอครับ” เสียงเล็กหวานหูดังขึ้นเบาๆ

“ไม่รู้สิ มีกระดาษโน้ตด้วย” มือหนาค่อยเปิดออกช้า ข้อความข้างในทำเอาสองคนที่เห็นร้องลั่น



“แม่พี่จงฮยอน!!”
“อือ!!”



ไม่กดโทรออกแล้ว ร่างบางแทบโยนโทรศัพท์ทิ้งเมื่อเห็นชื่อแม่ของเขา รอยยิ้มค่อยๆประทับบนใบหน้าหวาน

ข้อความข้างในกำลังกล่าวถึงที่มาที่ไปของซองสีขาวนี้ และลงชื่อคนที่ทั้งสองคนจำได้ว่าเป็นเลขาของมารดา
มือหนาที่ถือซองสีขาวแกะออก ที่ข้างใน มีตั๋วเครื่องบินไปอเมริกา หนึ่งใบ


...
.....ตั๋ว.......แค่หนึ่งใบ



รอยยิ้มหวาน กระตุกวูบหนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มอีกครั้ง

“พี่ควรไปนะ”

“แต่พี่อยากให้เราไปด้วยกัน”

“แม่น่ะต้องการพี่มากกว่านะครับ ยังไงพี่ก็เป็นลูกแท้ๆพี่ควรจะไปนะครับ”




เสียงหวานเอ่ยจริงจัง เพราะไม่ว่ายังไงคนที่ควรยืนอยู่ข้างแม่มากที่สุดก็ควรเป็น ลูกแท้ๆอย่าง จงฮยอน





. มันมีอะไรรึเปล่า?
. ผู้หญิงคนนี้ ไม่เคยลืมว่าเธอมีลูกสองคน



...........
...
..
.




เมื่อไรกันที่ร่างเล็กไม่สามารถหยุดได้ ไม่สามารถหยุดมินโฮได้เลย

มือหนายังคงสาละวนอยู่กับขวดเหล้าที่เข้าตัวหยิบมา

// กึก! //

เสียงแก้วที่วางลงบนโต๊ะรับแขกยังคงดังชัดเจน ร่างบางเล็กได้แต่ยืนมองคนที่ทำเหม่อไปไกล ห่างๆ



... เมื่อไรจะหยุด ...


ขาเรียวก้าวเข้าไปหา หวาดหวั่นแต่ไม่ทั้งหมด


... หยุดนะ ...

ไวเท่าที่ใจคิด มือบางสวยเอื้อมไปคว้าขวดแก้วใสที่บรรจุด้วยน้ำสีอำพันไว้ได้ทันก่อนที่ร่างสูงจะหยิบมาเทใส่แก้ว



“วางลง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั้นๆไม่ได้มองคนที่ถือไปแม้แต่น้อย




... อย่ากินเลยนะ ...

คุก เข่าลงกับพื้นใกล้ๆร่างสูงวางขวดแก้วลง แล้วเปลี่ยนมือที่อุ้มขวดแก้วเป็นเขย่าต้นขาเบาๆ แต่ทว่ามันไม่ได้ผล เมื่อร่างสูงทำท่าไม่สนใจแล้วโน้มตัวไปหยิบขวดแก้วขึ้นมา แต่ก็ยังมีมือบางมาเกาะเกี่ยวแขนไว้ มือที่ยื่นเข้ามา....ให้รู้สึก



....น่ารำคาญ


ดวงตาหวานใส เจือความห่วงใย กำลังส่งให้ร่างสูงดวงตาคมสบตอบกลับมาแต่ทว่ามันไม่เหมือนเดิม

...
.
....ไม่เหมือนทุกครั้ง

ดวงตาคมนั่นกำลังมองเขา มองอะไรในตัวเขา



ร่าง บางถูกดึงขึ้นมาจากพื้น ให้นั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน ก่อนจะถูกช้อนขาให้เกยไว้บนตักของร่างสูง โอบเอวกอดรั้งให้ร่างบางเข้าใกล้ จนได้กลิ่นของแอลกอฮอล์อ่อนๆที่ลอยออกมาจากตัวของร่างสูง



... ทำอะไรน่ะ!! ...


คำ อุทานในใจมาพร้อมกับปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกาย เมื่อมินโฮกำลังโน้มตัวเข้ามาหาร่างบาง ใบหน้าคมคลอเคลียที่แก้มใส คีย์ทำเพียงดันไหล่อีกฝ่ายไว้ไม่ให้เข้าใกล้เกินไป แต่สิ่งที่เขาได้ยินจากเสียงกระซิบในลำคอ ทำเอาคนได้ยินอดตกใจไม่ได้



“ทำไมคีย์ นายบอกคนอื่นได้......
.....
....แต่บอกฉันไม่ได้........
.......................
.......นายบอกรักฉันบ้างไม่ได้เหรอ”





... มินโฮรู้อะไรมา!! ...


ดวงตาหวาน หันมองรอบๆตัว จนไปหยุดที่หน้าต่าง หน้าต่างกระจกใสที่ปิดสนิท แต่ทว่าม่านยังคงเปิดออกเผยให้เห็นแสงไฟยามค่ำคืน



... เจ้านาย!! ...

“บอกรักฉันสิคีย์ บอกแล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิม เหมือนก่อนหน้านี้ โกหกมาก็ได้”



... ไม่ได้ๆๆๆ ...

ร่างบางเล็กส่ายหน้ารัวพร้อมกับพยายามดันอีกคนให้ออกห่าง แต่ทว่าท่อนแขนแกร่ง กลับรั้งให้ร่างบางไปไหนไม่ได้



“แค่นี้ก็ต้องหนีด้วยเหรอ”
น้ำเสียงตัดพ้อ ใบหน้าคมโน้มเข้าหาคอระหงส์ ผิวขาวเนียนที่ตอนนี้ไร้ร่องรอย นอกจากแผลเป็นเล็กๆ

. แผลเป็น?



ไม่ได้สนใจว่ามันมาจากไหน อาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าแทมินเคยบอกกับเขาเรื่องคีย์มีรอยแผลเป็นนี่ ตอนนี้สิ่งที่คิดมีเพียงอย่างเดียว



... อยากเป็นเจ้าของ ... อยากให้ต้นคอนี้มีรอยของเขา ...


......................
...
.


ฟันคมขบลงบนตนคอบางเบา ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกถึงซี่ฟันที่ขบลงบนต้นคอขาว


... ปล่อยนะ!! ...


มือ เรียวทุบที่ไหล่ร่างสูงแรงๆ แต่ว่านอกจากไม่ทำให้ร่างสูงสะเทือนแล้วยังเร่งให้คนที่กำลังซุกไซร้ที่ต้น คอขาว ขบเม้นผิวขาวจนเกิดรอยแดง

คนที่ผละออกมายกยิ้มอย่างพอใจเมื่อ ได้เห็นรอยแดงที่ต้นคอ รอยแดงสีกลีบกุหลาบพร้อมกับรอยฟันจางๆ คีย์มองเห็นท่าทางแบบนั้นก่อนจะตะปบที่ต้นคอของตัวเอง นิ้วเรียวสัมผัสที่รอยแดงรู้สึกถึงรอยฟัน

มินโฮมองท่าทางร่างบางในอ้อมกอด ริมฝีปากนั่นขยับ ก่อนจะเอ่ยเบาๆให้เข้าใจเพียงคนเดียว

... เป็นของเขา ...

.....

..

.



เข้าใจคนเดียว แต่ทว่าร่างบางกำลังอ่านที่ริมฝีปาก ... เป็นของเขา ...
ไวเท่าใจคิด อะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิมร่างบางผลักอกกว้างเต็มแรง แล้วถอนตัวออกจากโซฟา



// ตุบ! //



แรงกระแทก หนักๆลงบนพื้นไม้สีมันวาว ร่างบางถอยหนีในแบบที่เคยชิน จนแผ่นหลังไปกระแทกกับตู้จนเกิดเสียงดังโครมคราม แต่ร่างบางไม่ได้มีท่าทีว่าจะเจ็บปวดเมื่อหัวใจดวงน้อยกำลังหวาดกลัว .....กำลังหวาดกลัวสิ่งที่อาจตามมา




... ถะ ถ้ามินโฮ เป็นแบบคนพวกนั้น ...
... เขาจะไม่เหลือใครแล้ว ...

.
.
... ไม่เหลือใครอีกแล้ว ...



ร่างบางลุกขึ้นยืนดวงตาหวานสั่นไหวมองร่างสูงที่ยังนั่งที่โซฟาไม่เปลี่ยน จนได้เห็นดวงตาคมนั่นก็กำลังมองเขาเช่นกัน



// ก๊อกๆๆ //


เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะตามด้วยเสียงตะโกนตามมา



// มินโฮอยู่ไหมวะ รีบๆมาเปิดประตูเร็ว //
// พี่จงฮยอนเสียมารยาทนะครับ เขาอาจกำลังทำธุระอยู่ //


บางหันมองไปที่ประตูทีมองไปที่ร่างสูงที ก่อนจะยืนแอบตัวเองกับผนังห้องเมื่อร่างสูงกำลังเดินมาทางเขา


มินโฮก้าวขาเดินผ่านร่างบางที่ยืนหลบตัวร่างสูง ไปยังประตูห้องใบหน้าคมกำลังแดงระเรื่อเพราะรสแอลกอฮอล์
ยืนนิ่งพักหนึ่งก่อนจะเอื้อมมือเปิดออก ที่หลังประตูเผยให้เห็นเพื่อนรักที่ยกมือค้าง มือที่กำลังเริ่มเคาะอีกครั้ง

“มีอะไร” เสียงทุ้มต่ำวันนี้ดูแปลกๆ


คง.......ไม่ได้ดูอบอุ่นอย่างเคย



จง ฮยอนมองท่าทางเพื่อนรักที่แปลกไป ใบหน้าคมซับสีแดงระเรื่อกำลังคิดถึงสาเหตุที่ใบหน้าเพื่อนเขาต้องซับสี แล้วคำตอบก็ตามมาเมื่อร่างเล็กอีกคนที่เพิ่งได้ชื่อว่าคนรักเอ่ยเบาๆที่ด้าน หลัง


“พี่มินโฮเขากินเหล้าเหรอคับ” เสียงหวานเอ่ยถาม
จงฮยอนพยักหน้าเบาๆตอบกลิ่นมันตลบอบอวลขนาดนั้น

“มิ นโฮ ฉันจะไม่อยู่สามสี่วัน ยังไงนายช่วย...เฮ้ย!” ยังพูดไม่ทันจบคนฟังก็ทำท่าจะปิดประตูไล่เสียแล้ว จงฮยอนรีบดันประตูเข้าไปในห้อง เดินตามเพื่อนที่กำลังหงุดหงิดอะไรบางอย่าง


“แค่ ฝากแทมินเฉยๆ แค่อยากให้ดูน่ะ ไม่ต้องทำอะไรเลยน้องไปโรงเรียนเองได้หาข้าวกินเองได้ แค่อยากให้ช่วยบางเรื่องถ้าเกิดน้องต้องการความช่วยเหลือ”

จงฮยอนพูดยาวยืด มองเพื่อนรักที่นั่งลงที่โซฟา หยิบขาวเหล้าที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วเทใส่แก้ว ทำท่าไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น

จน เมื่อดวงตาคมหาไปมองทางประตูห้อง ร่างเล็กๆของแทมมินเดินเข้าหาคีย์ก้มๆเงยๆถามไถว่าทำไมคีย์ถึงมีท่าทีแปลกไป และเมื่อได้เห็นว่าร่างบางสบตาตาหวานของน้องรักของเพื่อนเขา แล้วเอื้อมมือไปจับที่แขนของแขกผู้มาเยือน



. มือบางๆนั่นกำลังสั่นไหว




“ทำไมกัน......”
“อะไรนะมินโฮ”
“เปล่า”


จงฮยอนเอ่ยถามเพื่อนรักของเขาที่พึมพำอยู่คนเดียว ดวงตาคมที่เห็นกำลังมองไปยังคนสองคนที่อยู่ใกล้ๆประตู

... มินโฮกำลังคิดอะไรอยู่ ...



จงฮยอนเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนข้างห้อง ก่อนจะรีบหันมาหามินโฮอีกครั้งส่งเสียงเรียกให้เพื่อนเขาตั้งใจฟัง

“ มินโฮ แล้วตกลงว่า.......”


พูด ยังไม่ทันจบ ก็ถูกลากออกจากห้องพร้อมๆกับโอบไหล่น้องชายของเพื่อนรักออกไปในคราเดียว คนโดนโอบได้แต่ทำหน้าเหรอหรา พอๆกับอีกคนที่อยู่ในห้อง



// ปัง //



เสียงปิดประตูดังลั่น แขกผู้มาเยือนสองคนเดินออกไปแล้ว ออกไปพร้อมเสียงโวยวายจนร่างสูงที่กลับเข้ามาในห้อง ต้องตะโกนโต้กลับไป
“รู้แล้ว!!!!”

แม้ว่าจะโต้ตอบกับคนที่อยู่นอกห้อง หากแต่ดวงตาคมกลับมองแต่ร่างเล็กที่ยืนใกล้ๆ

ใบ หน้าหวานก้มหลบสายตาราวกับคนทำผิด มองพื้นทั้งที่ตรงนั้นไม่มีอะไร เปลือกตาสวยที่กระพริบไวๆเหมือนกับต้องการขจัดความรู้สึกหวาดหวั่นออกไป แต่แล้วก็ไม่ได้


. มันช่วยไม่ได้

เมื่อปลายสายตาที่ร่างบางกำลังเห็น เป็นใครอีกคนที่กำลังก้าวเข้าหา

...
..ทำอะไร....
..........
..............จะทำอะไร





.
.
...
....


ในค่ำคืนที่เงียบสงบ มันจะเป็นอย่างนั้นทุกครั้งแต่คราวนี้ ไม่

ชายหนุ่ม ผู้มีรอยยิ้มจับใจกำลังร้อนรน ใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มกำลังเปลี่ยนแปลง



. ทำไมกัน?


“ปล่อย!!ให้ผมได้เขาไป! ให้ผมได้เขาไป!!!” ใบหน้าคมหันซ้ายหันขาว เมื่อสองข้างถูกขนาดด้วยชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำ


“คุณเข้าไปไม่ได้ คุณจินกี”
“เป็นคำสั่งของเจ้านาย”

// ตุบ //
ร่างทั้งร่างถูกเหวี่ยงลงกับพื้นหน้าตึกสูง เพื่อให้คนที่ร้อนรนรู้สึกตัว


“ทะ...ทำไม เจ้านายให้สัญญาแล้ว ว่าผมจะพบกับเจ้าหญิงเมื่อไรก็ได้เท่าที่ต้องการ”

“พูด อย่างนั้นก็ถูกจินกี แต่ว่า.....” เสียงเข้มดังมาจากทางด้านหลังคนที่นั่งอยู่กับพื้น เหมือนว่าจะรู้ตัวว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นใคร ร่างที่นิ่งอยู่กับพื้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะถลาเข้าไปหา เกาะเกี่ยวแขนก่อนจะพร่ำพูดเหมือนกับในสิ่งที่ตนเองต้องการก่อนหน้านี้
“เจ้านาย ให้ผมพบเจ้าหญิง!!! ให้ผมได้พบเจ้าหญิง!!!!!!”

“นายจะได้พบ ทุกเมื่อที่นายต้องการ” เสียงที่เหมือนกำลังใจอ่อนพร้อมกับรอยยิ้มที่อนยูเห็น รอยยิ้มที่ดูใจดี


. แต่ว่ารอยยิ้มที่ดูใจดี
. ก็ไม่ได้หมายความตามนั้นทั้งหมด


“นายจะได้ทุกอย่างที่นายต้องการ หากนายรีบเอาคนของฉันคืนมา เอาเด็กผู้ชายสองคนนั้นมาให้ฉัน”

... ได้ยินรึเปล่า ...
... รู้แล้วใช่ไหม ว่าเวลากำลังน้อยลงไปเรื่อยๆ ...



>>>>>>To Be Continued

 

ZeppFy Talk Last : ขอโทษอีกครั้งนะคะ แต่ว่าตอนนี้ยาวสะใจมากไหม หลายคนคงอ่านกันเครียดจนคอเคล็ด
ไรเตอร์เองก็เครียดคอเคล็ดคะ สาเหตุ คงมาจากปรากฏการณ์ ฟิคไหล จนตอนนี้ได้มาตรการ ทูน่า มาช่วยแล้วเย่
เข้าไปอ่านได้ ตามลิงค์นี้นะคะ ปรากฏการณ์ฟิคไหล , มาตรการทูน่า

ขอโทษที่ไม่มีฉากน่ารักๆเหมือนตอนอื่นๆนะคะ (รีดเดอร์พากันประท้วง “หาไม่ค่อยเจอสักตอน”)55+
เนื้อเรื่องกำลังเดิน ถ้าเกิดมีฉากอะไรขึ้นมา ไรเตอร์กลัวจะไม่สามารถเดินเรื่องได้ตามที่วางไว้น่ะค่ะ
แค่นี้เรื่องก็โยกกันวุ่นไปหมด

เข้าเรื่องฟิคนะคะ จากตอนที่แล้ว พี่ได้เปรยๆไป เรื่องคีย์ไม่เคยบอกรักมินโฮ
พอได้อ่านตอนนี้ จับอะไรได้ไหมค่ะ
ท่าทางของคีย์กับเจ้านาย ท่าทางของคีย์กับมินโฮ ท่าทางของคีย์กับสิ่งที่อยู่รอบๆตัว

ส่วนฮยอนมินตอนนี้ ไม่ได้รักหวานแหววอย่างที่ควรเลย
เพราะมีเหตุการณ์ใหม่เข้ามาพอดีเลย

ส่วนจินกี เต้าหู้บอย ของทุกคนกำลังอยู่ในภาวะกดดันนะคะกำลังคิดอะไรอยู่
หากไม่ได้เจอเจ้าหญิง หลายคนคงหวังให้จินกี ไม่ทำอะไรที่เป็นอันตรายสินะคะ - -
แต่ว่ามันจะได้ไหม?

ขอบคุณคนอ่าน ขอบคุณคอมเม้น ขอบคุณทูน่าที่น่ารักทุกคนนะคะ
ปล. ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป อะไรที่เป็นอยู่ จะไม่เหมือนเดิม