[Fic-SuJu]Whatever made Devastate? #002
posted on 31 May 2008 18:55 by dezepp in Love-Fiction
Whatever made Devastate?
The Cacodemons Just Begin
Section # 002
Super Junior Fiction
Pairing : KangTuke / YeRyeo / KyuMin / BumDong / Shin / WonHanHyukChul?
Author : dezepp
...............
.....เรียววุค...เจ้าอยู่ไหน..........เจ้าอยู่ไหน........
........ข้าคิดถึงเจ้า.................
.........................ลูกแม่..............................
ร่างเล็กลืมตาโพลงขึ้นมาแทบจะทันที ความฝันที่ตัวเขาเองฝันมาหลายร้อยครั้ง แต่ช่วงหลังนี่จะมาถี่บ่อย
เสียงลมหายใจหอบ ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร ดวงจันทร์มที่ส่องมายังเตียงเผยให้เห็นร่างไร้อาภรณ์ กับเส้นผมที่ยาวเหยียดติดพื้น ดวงตาสีเขียวมรกตเป็นประกายกำลังส่องแสงวิบวับ
“ไม่......ไม่จริง...........ม่ายยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
ตะโกนออกมาเสียงดังลั่น ตามด้วยเสียง ที่ทุกคนไม่คาดคิดว่าจะออกมาจากปากของเด็กหนุ่ม มันเป็นเสียงที่ไม่ว่าใครต่างต้องคิดว่าเป็นสัตว์ร้าย แต่เสียงแบบนั้นมันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในปราสาทอยู่แล้วไม่ใช่หรอ?? แล้วทำไม??
ขณะที่ปราสาททั้งหลังรับรู้การสั่นไหว จากคลื่นเสียง ทหารบางคนต้องทรุดลงเพราะทนปวดหูไม่ได้
ฮีซอล รีบรุดมายังห้องต้นกำเนิดเสียง ห้องน้องเล็ก.....เรียววุค
แต่ดูเหมือนจะช้าไปก้าวหนึ่ง เมื่อซองมินมาถึงก่อน แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องทันที
ฮีซอลมองร่างของน้องชายหายเข้าไปในห้อง ก่อนจะถูกพัดออกมาจากประตู จนไปกระแทกกับกำแพงก่อนจะไหลลงพื้น
....ตุบ.....
“ซองมิน!” รีบเข้าไปดูอาการน้องน้อย ที่เริ่มมีเสียงโอดโอย “เจ้าเป็นอะไรไหม” ย่อตัวลงถาม
“ไม่เป็นไรครับท่านพี่” ซองมินเอื้อมมือไปสัมผัสที่หลัง ที่ถูกกระแทก “ฮูย์~~”
“พี่จะเข้าไป” ยืนสุดตัวพลางก้าวเท้าแต่กลับมาคนมารั้งไว้
“ท่านฮีซอล.....ให้ข้าเข้าไปดีกว่า” นักเวทย์ผูมีวิชาแก่กล้า เป็นผู้สอนวิชาให้กับซองมิน หากแต่วันนี้ดวงจันทร์ยังทอแสง คำพูดที่ออกจากปากเวลานั้นก็เป็นเพียงแค่ลม
“ไม่ฮยอกแจ ท่านเข้าไปไม่ได้ วันนี้ดวงจันทร์ยังทอแสง ท่านจะเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ” ฮีซอลพูด สายตามองเข้าไปในห้องที่ตอนนี้เริ่มเละเทะเพราะกระแสลมที่หมุนวนอยู่ในห้อง กระแสลมหนาจนกระทั่งมองไม่เห็นว่าภายในห้องเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะเห็นก็เพียงเงาลางๆ ของผู้เป็นน้องยังคงนั่งอยู่บนเตียง พร้อมกับกรีดร้องสุดเสียง
“ท่านช่วยดูแล....ซองมินที”
“................” ฮยอกแจผู้เป็นอาจารย์ ของซองมิน นั่งลงข้างๆ พร้อมกับร่ายเวทมนต์เพื่อรักษา โดยไม่พูดอะไรซักคำ
ไม่นานนัก ภายในห้องก็สงบลง ภาพที่ปรากฏคือ ภาพที่ฮีซอลกำลังสวมกอดเรียววุคที่กำลังร้องไห้บนเตียง ฮีซอลกดศรีษะน้องเข้ากับอกของตัวเอง ปากก็พร่ำพูดภาษาบางอย่างให้เรียวุคได้ยิน ภาษาที่ยากเกินที่คนทั่วไปจะเข้าใจ ภาษาของเหล่าพรายน้ำ มือสองข้างโอบกอด ลูบหัวลูบหลังปลอบปะโลมแก่เด็กน้อย
“ซองมินท่านไหวไหม” ฮยอกแจ เอ่ยกับเด็กหนุ่ม
“อืม.....ข้าไหว ขอบคุณท่านอาจารย์มาก ว่าแต่เรียววุคเป็นอะไรไหม”
“ข้าว่า คงไม่เป็นอะไรแล้ว”
สายตาสองคู่ทอดมองไปยัง ร่างสองร่างบนเตียงที่กอดกันไว้
ทำไมกัน..........ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้.................
...........................................
ณ หมู่บ้านเล็กๆ ในเขตของเอเทียร์
ชาวบ้าน ต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง
“คยูฮยอนลูกอยู่ไหน” เสียงหวานของผู้เป็นมารดากำลังเรียกเด็กหนุ่มแรกรุ่น ที่ได้หายออกไปจากบ้านในช่วงเช้า ทั้งที่เวลาแบบนี้ ควร
จะนอนอืดอยู่บนเตียงมากกว่า
“อยู่นี่ครับแม่ ผมอยู่นี่” ประตูไม้ถูกเปิดออกพร้อม เด็กหนุ่มที่ก้าวเข้ามาในบ้าน เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้า บ้างก็เกาะตามไรผม
“ไปทำอะไรมาเนี่ยลูกรัก” ผู้เป็นแม่เดินเข้ามาหา สายลมเอื่อยๆพัดเข้ามาทางประตูที่ถูกเปิดค้างไว้ มือนุ่ม ลูบหัวพร้อมกับนำผ้าเนื้อนุ่มในผ้ากันเปื้อน ขึ้นมาซับเหงื่อ ลูกชายผู้เป็นแก้วตาดวงใจ
“ไปเล่นกับเพื่อนมาครับ” รอยยิ้มอันอบอุ่นถูกส่งมาให้ผู้เป็นแม่
“เพื่อนเหรอ??.......อืมช่างเถอะ ลูกไปกินข้าวได้แล้ว แม่เตรียมไว้ให้อยู่ในครัว”
“ครับขอบคุณครับ” พยักหน้าหงึกๆ แล้วรีบวิ่งเข้าครัวไปดูอาหารของวันนี้
“งั้นเดี๋ยวแม่ไปขายของก่อนนะ”
“อ่า...อั๊บเอี๋ยว....อึก ตามไปนะแม่” ปากที่กำลังเคี้ยว อาหารของแม่ระหว่างทางที่เดินถือจานมานั่งที่โต๊ะ
“ค่อยๆกินก็ได้ลูก แม่ไปก่อนนะ”
“อั๊บ”
ผู้เป็นแม่เดินออก จากบ้านไม้ชั้นเดียว พร้อมๆกับปิดประตู พลางนึกสิ่งที่ลูกตนเพิ่งพูดไปเมื่อครู่นี้
..........ไปเล่นกับเพื่อนมา.........
........คยูฮยอน มีเพื่อนเล่นตั้งแต่เมื่อไร........ทั้งที่เพิ่งหายป่วย........
..............แต่กลับมาเพื่อนไวอย่างนี้............
....คราวหน้าให้พามาเที่ยวทีบ้านดีกว่า.....................
......................อยากเจอเพื่อนของลูกรักว่าจะน่ารักขนาดไหน...................
.............................................
//กริ๊ง~//
เสียงกระดิ่งที่เปิดประตูดังขึ้น พร้อมๆกับชายที่เข้ามาใหม่
ในร้านขายอาหารแถบชายแดนเขตติดต่อระหว่าง เอเทียร์และซาร์ราส ภายใต้ชุดคลุมดำใบหน้าถูกปกปิดด้วย ฮู้ดขนาดใหญ่ เรียกความสนใจจากคนได้ทั้งร้าน ยกเว้นคนๆเดียว คนที่กำลังนั่งมองพ่อหนุ่มเจ้าของร้านที่กำลังรับออเดอร์จากลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่งเดินเข้ามา พร้อมๆกับชี้มาหาคนที่กำลังแอบมองตัวเอง ทำเอาคนแอบมองงงไปพักใหญ่แต่ที่งงมากกว่านั้นคือชายชุดดำเดินเข้ามาหา
“ไง...ทงเฮมาอยู่นี่เองเหรอ” นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามทันที
“ท่านเป็นใคร?”
“จำไม่ได้รึไง” ถอดฮู้ดออก ใบหน้าเนียนคมเข้ม เผยออกให้เห็น
“อ๋า.......ฮันคยองท่านออกจากวังมาทำไม......อย่าบอกนะว่ามาตามข้ากลับน่ะ วันนี้เพิ่งออกมาได้แป๊บเดียวเอง เจ้ากลับไปก่อนก็ได้ เดี่ยวซักพักข้าจะตามกลับไปเองนะๆ”
“คงไม่ได้ละทงเฮ ข้า ก็เพิ่งออกมาได้แป๊บเดียวเอง” รอยยิ้มเล็กๆปปรากฏบนใบหน้า
“อยาบอกนะว่าเจ้าก็แอบออกมา”
“ป่าวข้าเดินออกมาตามทางปกติ ไม่มีใครบ้าเหมือนเจ้าหรอกที่ เอาแต่ปีนกำแพงหนีทุกวัน ทั้งๆที่เดินออกมาก็ได้ พวกทหารยามหน้าวังพูดกันให้แซดเรื่องของเจ้า”
“อาหารครับ คิก!” รอยยิ้มเล็กๆของเจ้าของร้านที่บังเอิญได้ยินพอดี
“ข้าป่าวบ้านะ” ทำปากยู่เมื่อรู้ว่าเจ้าของร้านแก้มป่อง ได้ยินที่เพื่อนของเขาพูดเมื่อกี้
“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ่ทงเฮ ดื่มน้ำเย็นๆก่อนนะข้าเลี้ยงเอง” น้ำสีชมพูใสอีกแก้ว ถูกวางลงก่อนจะเดินกลับออกไป โดยมีสายตาของทงเฮตามไปส่ง
“นี่.........คนนั้นเหรอ? ที่ทำให้เจ้าต้องออกจากวังมาทุกคน”
“อืม....เฮ้ย!!! ถามไรเนี่ย” ทงเฮหันมามองเจ้าคนพูดแล้วหันไปดื่มน้ำที่วางแก้เขิน
“นี่.....เจ้าอยากกินนี่ไหม” ชี้ตรงจานอาหารตรงหน้า
“ทำไม ฝีมือคิบอมอร่อยนะ”
“เอาเป็นว่าเจ้ากินเถอะ” เลื่อนจานไปตรงหน้าอีกคน ทงเฮได้แต่เอียงคอมอง
...
.
..............
“.............”
“ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้า .........
........................................ทงเฮผู้รอบรู้................”
........................................
ภายในวังที่ดูสงบ แต่กลับมีบางคนที่ดูร้อนรน
“นี่ พวกเจ้าใครเห็นฮันคยอง บ้าง” ชายหนุ่มหน้าตาดี ถามทหารยามที่เดินตรวจตราอยู่ภายในวัง
“ไม่ทราบครับท่านซีวอน”
“แล้วเจ้าล่ะ” หันไปถามทหารยามที่ดูแลประตูเข้าออกของวัง
“ท่านฮันคยอง ออกจากวังไปตั้งแต่เช้าตรูครับ”
“แล้วไปไหน” เดินเข้าประชิดตัวทำเอาเจ้าคนพูดถึงกับตกใจ
“มะ...ไม่ทราบครับ”
“โถ่เว้ย!!!” สบถออกมาทำเอาเหล่าทหารยาม ต่างก็ตกใจ ในเมื่อ ท่าซีวอนผู้เก่งกาจและสุขุม แสดงท่าทางร้อนรนออกมา
ชายอีกคนเดินเข้ามาถาม เพราะอาการที่ผิดแผกไป แต่ที่สำคัญ คือคนๆนี้กำลังทำให้ระบบงานภายในวังแรรวน
“ใจเย็นๆสิซีวอน คนพวกนั้นไม่ได้รู้อะไรกับเจ้าเลยนะ”
“งั้นท่านจะให้ข้าทำยังไงท่านเยซอง อยู่ๆ ฮันคยองก็หายออกจากวังไป ท่านก็รู้ ฮันคยองไม่เคยออกจากวัง”
“เจ้าไม่ได้ไปด้วยใช่ว่าฮันคยองไม่เคย” สบตาช้าๆ ใบหน้าเหนื่อยหน่ายกับคนใจร้อนตรงหน้าแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านพูดหมายความว่า........ฮันคยองเคยออกไปข้างนอก”
“ใช่”
“ทำไมท่านไม่บอกข้า”
“ข้าไม่ได้มีหน้าที่ต้องรายงานเจ้า ทหารหนุ่ม…..”
คำว่าทหารหนุ่มที่ เอ่ยออกจากริมฝีปากของเยซอง บ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวเริ่มไม่พอใจ ตัวซีวอนเองได้แต่นิ่งเงียบ
แต่ยังคงมีความค้างคาใจเรื่องของฮันคยอง โดยไม่ต้องรอถามอีกฝ่าย
“ตอนนี้ฮันคยองยังอยู่ในดินแดนของเรา ไม่นานฮันคยองจะกลับมา
......ทั้งที่ฮันคยองเองก็เป็นศิษย์คนแรกของอาจารย์เจ้า.........แต่ทำไม เจ้าถึงดูมีอภิสิทธิ์มากมายนักนะ
......................ข้าละอยากรู้จริงๆ........”
เยซองเอ่ยออกมาเองก่อนจะเดินจากไป
ซีวอนได้แต่มองตาม
.........เจ้ามนุษย์น้ำแข็ง..........ที่นี่คือเมืองแห่งความอบอุ่น..........
..................แต่ทำไมถึงมีแต่เจ้าที่เย็นชา...................
.............................
..................
.......
..