[OS]........Attention U.......[Yugyeom x Johnny]

posted on 18 Oct 2015 12:22 by dezepp in Fiction, Got7, SMRookies directory Fiction

 

 

--------------------------------------------

 

 

น่าแปลก...ปกติเขาไม่เคยมองใครได้นานขนาดนี้

ไม่เคยแม้กระทั่งต้องมาแอบมองอีกคนห่างๆ………..แบบนี้

 

ทั้งที่ ก็ไม่เคยคิดว่าการตื่นเช้ามันมีอะไรดี จนกระทั่งวันนี้ วันที่ทำให้ห้วใจเต้นแรง

 

สวนสาธารณะที่เดินผ่านทุกวัน วันนี้ดูต่างออกไป เมื่อมองเข้าไปด้านในร่างสูงในชุดนักเรียนคุ้นตาเหมือนว่าจะเป็นนักเรียนจากโรงเรียนคุณหนู ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนตัวเอง

 

… ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้นะ …

 

เด็กหนุ่มร่างสูงยืนมองคนไปยังบนต้นไม้ ใหญ่ เขาเห็นริมฝีปากขมุบขมิบเบาๆเหมือนกับกำลังพูดอะไรสักอย่าง

 

… ที่บนนั้นมีอะไรรึเปล่า? ...



“แมวน้อย…….”  เขาได้ยินเสียงเบาๆ ที่ลอดออกมาจากริมฝีปากคู่นั้น.. ริมฝีปากสีชมพู

 

เขามองอีกคนเขาละสายตาแทบไม่ได้เลย  ใบหน้าขาวเนียนละเอียดสะท้อนแสงในช่วงเช้ายิ่งทำให้ความรู้สึกในอกวูบวาบ แต่สิ่งที่ทำให้เขากังวลกลับเป็นคิ้วที่ขมวดเป็นปมยามที่อีกฝ่ายจ้องมองไปบนต้นไม้ พอรู้ตัวก็เดินเข้าไปหา  ยืนซ้อนที่ด้านหลัง มองสิ่งที่คนตรงหน้ากำลังมอง

 

“ลูกแมวเหรอ?”



เสียงของเขาคงทำให้อีกคนตกใจ ถึงได้รีบหันกลับมาไหนจะยังขาที่ก้าวถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าว เขาว่าเขาไม่ได้ทำอะไรไม่ไดีนะ หรือว่าเขาจะก้าวเข้าหาใกล้ไปนิด

 

“อืม...ลูกแมว” เสียงต่ำๆของอีกคนดูจะสั่นในลำคอตอนที่มองมายังเขา

 

“ฉันยูคยอมนะ”

……

……….

……………….




ยังคงไม่มีเสียงตอบรับหลังจากที่คนเพิ่งเดินเข้ามาหา ความเงียบที่ปกคลุมโดยรอบ  ทำเอาคนที่เพิ่งแนะนำตัวรู้สึกอึดอัด จนไม่รู้จะขยับตัวไปทางไหน หรือแม้กระทั่งจะต้องเอ่ยอะไรต่อ

 

TiTiTii~~~TiTiTii~~~TiTiTii~~~

 

ยูคยอมลนลานมองล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกง หยิบเอาโทรศัพท์ ใหม่ที่เจ้าตัวเพิ่งขอแม่ซื้อขึ้นมา เลยยังไม่ทันที่จะได้เปลี่ยนเสียงโทรศัพท์ แต่พอล้วงเอาโทรศัพท์ออกมากลับไม่ใช่ของตัวเอง  แต่เป็นของคนตรงหน้า



“ครับ….มารับได้ครับ”

 

ยูคยอมมองคนที่กดวางโทรศัพท์อย่างใจเย็น แว่บนึงเขาเห็นดวงตาอีกฝ่ายมองตรงมายังเขา…..ก่อนจะเดินอ้อมเลี่ยงตัวเขาเพื่อออกไปยังหน้าสวนสาธารณะ แต่มันก็มีเรื่องให้ตัวเองต้องประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อขายาวๆของตัวเองก้าวตามพร้อมกับเร่งเพื่ออ้อมไปดักอีกฝ่ายไม่ให้เดินต่อ เขาไม่แน่ใจว่าทุกอย่างหรืออะไรที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ ทั้งที่อีกคนเดินออกมาไม่ไกลมากแต่ มันทำให้เขาหัวใจเต้นแรง หรือว่าเป็นเพราะเขารีบร้อนเกินไป



“นี่...ฉันยูคยอม คิมยูคยอม”

“.....................”

“แล้วนายละ”



เขากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ยิ่งสัมผัสได้ถึงความสูงและรูปร่างสมส่วน จนเขารู้สึกอายกับบร่างกายของตัวเอง ทั้งที่ก็สูงเหมือนกันแท้ๆ แต่ความสมส่วนและกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดนักเรียนคุณหนูของคนตรงหน้า ทำเอาเขาเองรู้สึกอิจฉาลึกๆ ก่อนที่เขาจะได้ท้วงเรื่องชื่อของอีกฝ่าย  เหล่าเด็กอนุบาลสี่ห้าคนที่กำลังเดินขบวนกันมาผ่าน ระหว่างพวกเขาสองคน เด็กๆหลายคนโบกมือโบกไม้ให้กับคนตรงหน้าและคนตรงหน้าก็ทำตอบกลับไปเหมือนกัน  ผิดกับเขาที่เด็กบางคนจ้องเขาก่อนจะหันมาแล่บลิ้นใส่

 

… ไอ้เด็กเวร …

 

เขาไม่ยอมหรอก

 

“แบร่~~~”  




“นาย...ทำตัวเด็กชะมัด”  นั่นเป็นประโยคแรกที่อีกคนพูดกับเขา…….

 

………………………………………

…………….

….





เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าทำไม  เขาถึงต้องมายืนอยู่ตรงนี้อีกครั้ง  เมื่อตอนที่เดินกลับมาหลังจากเลิกเรียนแล้ว เขาลองเดินมายังต้นไม้ต้นเดิมที่เขาเพิ่งเดินมาเมื่อเช้าพร้อมกับขโมยเก้าอี้พลาสติกของแม่เขาติดมือมาด้วยโชคดีที่สาม-สี่วันนี้แม่ของเขาไปดูงานที่นอกเมืองไม่อยู่บ้านเลยไม่โดนซักเรื่องการกลับเร็ววันนี้ของเขาเท่าไร

 

ลูกแมวน้อยเมื่อเช้ายังอยู่ที่เดิม เขาไม่รู้ว่า ลูกแมวน้อยขึ้นไปอยู่บนนั้นได้ยังไงหรือว่า แม่แมวน้อยหายไปไหน  ร่างสูงวางเก้าอี้ก่อนจะก้าวขึ้นไป  ลูกแมวน้อยสีเทาตาสีฟ้าร้องเหมียวๆ ขู่เขาก่อนที่เขาจะดึงหนังที่คอด้านหลังลูกแมวน้อยเพื่อพาลูกแมวน้อยลงจากต้นไม้ใหญ่  เจ้าขนปุยเกร็งไปทั้งตัวก่อนจะเขาจะถูกเอาเอาผ้าขนหนูห่อลูกแมวน้อยไว้

 

“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรน๊า” กอดลูกแมวน้อยไว้ในอกตัวเอง

 

“นาย”

 

“หืม เฮ้ย!!!~ตุ๊บ!!~~~~”




ทุกอย่างมันเกิดไวมากพอเขาหันกลับมาเจอคนที่เขาเพิ่งได้เจอคนเมื่อเช้า  มันทำให้เขาตกใจ…...จนหล่นลงมาจากเก้าอี้พลาสติกโชคดีที่ลูกแมวน้อยที่เขากอดอยู่ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้เจ้าขนปุยเริ่มคลานออกมาจากห่อผ้าขนหนู  เดินไปมาบนอกเขาอย่างระมัดระวังไม่พอเจ้าเหมียวตัวน้อยเอาหัวถูไถที่ใต้คางของเขา

 

“ยูคยอมนาย….เป็นอะไรรึเปล่า”

 

เสียงบนหัวเขามาพร้อมกับมือยาวๆที่เอานิ้วเขี่ยขนตามลำตัวลูกแมวน้อยไปมา เรียกให้เขาเงยหน้า

 

“.................”

 

“นะนี่….นายไม่เป็นไรใช่ไหม?  คือว่า..นายตกลงมา…..เอ่อ นายได้ยินรึเปล่า”



มืเรียวโบกไปมาตรงหน้าเขา พร้อมกับชะโงกหน้าตามมาพร้อมรอยยิ้มกว้างๆ

 

“นายเรียกชื่อฉัน?”

 

“ใช่ยูคยอม  หรือฉันเรียกชื่อผิด???”

 

“เปล่า ก็ถูก แต่นาย...โอ้ย!!~อิเหมียว!!!~”  



เขากำลังสนใจคนที่อยู่บนหัวเขา แมวน้อยก็แผลงฤทธิ์โดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว กรงเล็บเล็กๆกางออกก่อนจะตะปบเข้าที่ใต้คางเขาก่อนจะกระโจนลงจากตัวเขาไปคลอเคลียคนที่เขากำลังสนใจ



“ว่าไง หนูน้อย”  



รอยยิ้มเล็กๆของคนตรงหน้า ทำให้เขาสนใจจนต้องลุกขึ้นมานั่งดีๆมองคนตรงหน้ามาที่สวนนี้ในชุดนักเรียนชุดเดิมเหมือนเมื่อเช้า  พร้อมกระเป๋านักเรียนที่วางอยู่ข้างตัว แต่ว่าคนตรงหน้าไม่มีท่าทีสนใจเขาเลยสักนิด

 

“อ่อ…….”

 

“ฉันชื่อจอห์นนี่  ยินดีที่ได้รู้จักนะ”  

 

“ยะ...ยินดี”

 

รอยยิ้มคนตรงหน้า สว่างวาบตอนเขาเห็น ทำเอาเขาทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียวถึงได้เกาหัวทั้งทีก็ไม่ได้รู้สึกคันอะไร แล้วก็ต้องหยุดมอง...เพราะคนตรงหน้ากำลังเล่นกับลูกแมวน้อยท่าทางน่ารัก เขารู้สึก…...แก้มของเขากำลังปวด เหมือนเขากำลังยิ้มเป็นบ้าเป็นหลังอยู่แบบนี้ จนคนตรงหน้าเงยหน้ามามองเขาพร้อมกับเบิกตาโพล่ง เหมือนกำลังตกใจ



“เดี๋ยวนะ….นั่นนายเลือดออก”




…………………………

……………..

……




ความรู้สึกตื่นเต้น ตอนนี้มันมากกว่าเมื่อเช้าอีก….ก็ตอนนี้เขานั่งนิ่งๆบนเตียง กำลังถูกทำแผลให้ที่ใต้คางจากคนตรงหน้าเขามองไม่เห็น เพราะต้องเงยหน้าไว้ตลอดแต่เขารู้สึกได้ว่าคนตรงหน้าเข้ามาใกล้เขามากขนาดไหน เสื้อสูทนักเรียนของอีกฝ่าย ถูกถอดวางไว้บนเตียงของเขา ห้องรกๆของเขาตอนนี้มีลูกแมวน้อยเดินสำรวจอยู่และดูจะไม่สนใจคนที่พาตัวเองมายังห้องนี้เลยด้วยซ้ำ

 

“อ่ะเสร็จแล้ว” สัมผัสนิ่มๆแตะลงที่ปลายคางในระหว่างที่กำลังทำแผล….และอย่างสุดท้ายที่ทำคือการเป่าลมเบาๆเหมือนต้องการให้ยาหรืออะไรที่ทาลงบนปากแผลของเขาแห้ง

 

… สยิวเลย …

 

ขนลุกอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขากดใบหน้าลงในระดับปกติ เขานึกแปลกใจนิดๆว่าคนตรงหน้าไม่คิดจะระวังตัวบ้างหรืออย่างไร ที่มานั่งบนเตียงคนที่ไม่รู้จักกันอย่างนี้

 

“ขอบใจนะ”

“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง”



แล้วสุดท้ายก็เงียบกันไป ร่างบางกว่า มองลูกแมวน้อยที่เดินไปทั่วห้อง ตอนนี้เริ่มตะกุยกระกร้าผ้าที่มีเสื้อของอาทิตย์ก่อนเกือบล้นตระกร้าออกมา แล้วไม่รู้ไปทำอิท่าไหน ตระกร้าที่อยู่ของมันนิ่งๆถึงได้คว่ำลงมาทครอบลูกแมวน้อยทั้งตัวแบบนั้น ร้อนถึงเขาที่ต้องรีบพุ่งไปให้ถึงก่อนร่างบาง

 

“ใจเย็นๆรอแป๊บนึง”  ระหว่างที่ค่อยๆหยิบเสื้อผ้าที่กองทับร่างลูกแมวน้อย ที่ร้องเหมียวๆไม่หยุด ก็นึกอายขึ้นมา เมื่อแขกต้องมานั่งเฝ้าอยู่หน้ากองเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้เอาไปซักไม่ต้องบอกถึงเรื่องกลิ่นบางตัวมันรันจวญใจแต่ไหน จนกระทั่งได้เจอลูกแมวน้อยตามคาด  แขกที่เพิ่งมาบ้านเขาครั้งแรก เลื่อมมือไปประครองลูกแมวน้อยที่ตัวสั่นขึ้นมา

 

“ไม่เป็นไรแล้วนา~~~”

 

เขายังคงเก็บผ้าเข้าตระกร้าไปมองอีกคนที่ประคบประหงมลูกแมวน้อยไม่ห่าง ทำให้จู่ๆก็มีคำถามเกิดขึ้นมาในหัว

 

… เราจะได้เจอกันอีกไหม? …



เขาสะกิดเรียกคนที่นั่งที่พื้น ให้ขึ้นมานั่งบนเตียงอย่างเดิม พร้อมด้วยลูกแมวน้อยที่นอนเล่นบนตัก ดาวตาเรียวมองลูกแมวน้อยตาเป็นประกาย ก่อนจะนั่งลงข้างๆอีกฝ่าย



“นาย….จะเอาลูกแมวกลับไปเลี้ยงที่บ้านรึเปล่า”

“....................”

 

ไม่มีคำตอบแต่การส่ายหน้าช้าๆทำเอาเข้าอดสงสัยไม่ได้

 

“หมายความว่ายังไง? นายไม่เลี้ยง? แต่เมื่อเช้านายไปมองเจ้าเหมียวอยู่ตั้งนานนะ”

“หลายคนที่บ้าน แพ้ขนแมว......

..........

....เป็นไปได้ไหม? ถ้า.....นายจะรับเลี้ยง"

 

ดวงตาดูจะหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดไหนจะคำแต่ละคำที่เปล่งออกมาที่ดูเหมือนมีอะไรมาถ่วงไว้ที่ริมฝีปาก ถึงไม่อยากแต่ก็ต้องทำอะไรสักอย่าง ให้คุ้มกับการขออนุญาติแม่เขาเพื่อเลี้ยงเจ้าตัวเล็กนี่



"ฉันไม่เคยเลี้ยงแมว คงไม่ไหวหรอก...........ถ้ามีคนช่วยก็คงพอได้อยู่"

 

ไม่รู้ว่าเขาพูดชัดเจนพอรึเปล่า คนตรงหน้าถึงได้ยิ้มกว้างขนาดนั้น



"ฉัน....ฉันไง"



เขาชักไม่แน่ใจ…...ว่าจะอดทนต่อได้จนถึงเมื่อไร  ถ้าในเมื่อคนตรงหน้า….ยังทำให้เขาใจเต้นแรงขนาดนี้

......................................

...................



“คิวที่21 น้องชาร์ล พบคุณหมอห้อง3 ได้เลยคะ”

 

นั่นชื่อเจ้าเหมียวที่อยู่บนตักคนข้างๆ แมวน้อยกระดิกหูตอนที่ชื่อถูกขานเหมือนจะชอบชื่อที่ถูกตั้งขึ้น เพื่อนนักเรียนโรงเรียนตรงข้าม อุ้มลูกแมวน้อยที่อยู่บนตักลุกขึ้น พลางหันมาหาเขาดวงตาเรียวจ้องมายังเขา ความรู้สึกตุบๆในอกมันชัดเจนในความรู้สึกไม่ว่าคนตรงหน้าจะทำอะไร ก็ดูจะกระทบกับความรู้สึกไปเสียหมด

 

“เขาไปด้วยกันสิ นายเป็นคนDaddyอีกคนนะ”  

 

คำเรียกที่ทำให้คนถูกเรียก  ยกยิ้มแล้วลุกตามไปทันทีรีบเดินตามไปเข้าไป เขาไม่ได้นั่งลงที่ข้างๆ แต่ตอนนี้ทำเพียงยืนซ้อนข้างหลังคนที่กำลังนั่งฟังคุณหมออย่างตั้งใจ  สนเหตุที่เขาไม่ได้นั่งคงเป็นเพราะสายตาไม่ซื่อของคุณหมอที่ทอดมองมายังคนที่นั่ง  จนไม่ได้สนใจสายตาไม่สบอารมณ์ของเขาสักนิด

 

ไหนจะยังมือหนา ที่เสแสร้งแกล้งทำเป็นเกาคางแมวน้อย ให้ได้สัมผัสมือที่เขาเองยังไม่เคยได้สัมผัส

 

… น่าหมั่นไส้ …



จนเมื่อตอนที่เดินออกมาจากคลินิกแล้ว คนที่ถือกระเป๋าแมว ถึงได้เอ่ปากถามเขาที่เงียบมาตลอดทาง

 

“นายเป็นอะไรรึเปล่า”

 

… หงุดหงิดที่นายคุยกับไอ้หมอนั่น อย่างสนิทสนมต่างหาก …

 

ก็ได้แต่บ่นในใจ

 

“เปล่า ฉันหิว”  

“จริงสิ...เลยเวลาข้าวเที่ยงมาแล้วนี่นา”

 

.

..

เรื่องวันนั้นจบด้วยการที่เขา หิ้วกระเป๋าแมวเข้าบ้านมาคนเดียว เพราะสุดท้าย คนที่อยากเลี้ยงต้องขอตัวกลับก่อน เพราะเจ้าตัวมีเรียนดนตรีเสริม แถมยังเล่นเปียนโนแบบคลาสสิคอีกต่างหาก

 

....................

..............

........



สุดท้ายเขาก็ไม่ได้โดนด่าอย่างที่คิด แถมแม่ของเขาดูจะชอบเจ้าลูกแมวมากกว่าที่คิด แถมยังเรียกชาร์ลว่า หลานตัวเองอีกต่างหาก สงสัยจะมโนว่าเป็นลูกของเขาแน่ๆ

 

และอีกอย่างนึงคือ แม่ของเขารู้เรื่อง เพื่อนคนใหม่อย่างจอห์นนี่ที่แวะมาเล่นกับลูกแมวตัวน้อย บ่อยๆ แถมยังเห็นดีเห็นงามที่เขาได้มีเพื่อนคนอื่นๆนอกจากรุ่นพี่เฮ้วๆที่โรงเรียน แถมอีกฝ่ายยังเป็นพวกโรงเรียนคุณหนูด้วยแม่เขายิ่งปลื้มใหญ่ บอกว่าเขาจะได้หัดมีมารยาทอะไรพวกนั้น

 

แถมที่สำคัญ…...ดูแล้วแม่เขาจะชอบจอห์นนี่มากซะด้วยสิ….

 

"นีนี่ แม่ขอบใจเรามากนะที่ช่วยมาสอน ไอ้อ้วนเกรดเทอมนี้แทบจะหลุดเกณฑ์อยู่แล้ว"

 

"อ่าคุณน้า ผมไม่ได้ทำอะไรมากหรอกครับ ยูคเก่งอยู่แล้ว ผมแค่มาช่วยดูเฉยๆเองครับ"

 

"อุ๊ย!ไม่เอาสิ...อย่าเรียกน้าเรียกแม่สิจ๊ะ"

 

ไม่ชอบธรรมดานะ ชอบแบบอยากได้มาเป็นคนในครอบครัวเดียวกันด้วย

… ขอบคุณครับ ฮิฮิ …

… ยูคก็อยากได้

 

"อ่าครับคุณแม่"

 

"กรี๊ดน่ารักมากเลย!! ดึกแล้วเดี๋ยวให้ตายูคไปส่งนะจ๊ะ"

 

"อ่าเดี๋ยวคนขับรถก็มาถึงแล้วละครับ"

 

"งั้นเดี๋ยวแม่ไปเก็บครัวก่อนนะจ๊ะ ยูคอยู่ดูแลน้องนี่ด้วยนะคะ"

 

ตอนนั้นแม่เขาถึงได้ ย่อตัวลงไปอุ้มชาร์ลที่เดินคลอเคลียที่ขาของจอห์นนี่ แล้วหมุนตัวเข้าบ้านไปทิ้งเขาที่ถูกลืมไปนาน

ให้ดูแลเพื่อนใหม่ที่เขาไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อน

 

เขาไม่แน่ใจว่าทุกอย่างมันชัดเจนตั้งแต่เมื่อไร … จากที่ตอนแรก ใจเต้นแรงเพราะคิดว่าแค่ชอบ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว

 

“ขอโทษนะ  แม่วุ่นวายกับนายไปหน่อย เขาปลื้มนายมากนะ”

“ไม่เห็นต้องขอโทษเลย แม่นายชอบฉันก็ดีแล้วนี่นา”

 

.

.

.

“อื้มฉันก็ชอบนายเหมือนกัน”

“ฮ่าฮา จริงดิ่”

 

ดูเหมือนคนตรงหน้าเขาจะคิดว่ามันเป็นเรื่องทั่วๆไป

 

"จริง...แล้วนายชอบฉันบ้างไหม?"

 

เหมือนคำถามของเขาจะไปสะกิดตอมอะไรบางอย่างเข้าแล้ว ร่างตรงหน้าถึงหันกลับมองเขาด้วยแววตาที่ดูประหลาดใจ

 

"ก็....ชอบ ขอบใจที่คอยดูแลชาร์ลนะ"

 

.

.

......ชอบ

 

... ขอบใจที่คอยดูแลชาร์ล ...

 

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่เขาได้ยิน





...............

 

เขาว่ามันไม่ใช่

 

มันต้องไม่ใช่แบบที่พูดถึงอิลูกแมวตัวเล็กนั่นสิ่





"นายไม่เข้าใจใช่ไหม??"

 

เขาเอ่ยออกมาตอนที่ อีกคนเงียบไป....ตาเรียวเอาแต่มองตรงไปยังรั้วบ้านของเขา ก่อนจะหันกลับมาหาเขา

 

"ก็ชอบไง.......ทั้งชาร์ล....แล้วก็....นาย"




พอสิ้นเสียง ที่หน้าบ้านเขาก็มีรถที่คอยรับส่งจอห์นนี่มาจอดพอดิบพอดี  ครั้งพออีกคนกำลังจะเดินห่างออกไป เขาถึงได้รู้ว่าตัวเองหูดับไปช่วงตอนที่อีกคนหันมาพูดล่ำลาเขา........ และเป็นเขาที่ต้องวิ่งตาม รั้งแขนไว้

 

"ถ้าฉัน.....พูดว่ารักนายละ"

 

เขาสังเกตุได้ว่า คนตรงหน้านิ่งไปแป๊บนึง



"ฉันก็จะรักนาย...."



ไม่ทันที่หัวใจเขาจะได้ลิงโลด จอห์นนี่ก็หันกลับมาพร้อมกับยื่นหน้ามาหาเขา.....สิ่งสุดท้ายที่เขารู้สึกคือลมหายใจแล้วก็ความนิ่มหยุ่นที่ริมฝีปาก



ก่อนจะได้ยินเสียงโครมครามในบ้าน พร้อมกับเสียงของแม่เขาที่ตะโกนขึ้นมาว่า //แม่ไม่ได้แอบดูนะ!!!!!!//

พร้อมกับที่เขาเห็นคนขับรถในชุดสูที่ยืนรอเตรียมเปิดประตูให้คุณหนูของตัวเองอ้าปากค้าง



"รับผิดชอบฉัน....จากการจูบเมื่อกี้ด้วยการเป็นแฟนด้วยนะ"



..........

...

..

.



หลายวันก่อนการเจอกัน

 

โอเค จอห์นนี่....นายต้องไม่จิตตกนะ เด็กโรงเรียนนั้นไม่มีทางสนใจแกอยู่แล้ว

ร่างสูงเดินเข้ามานั่งในสวนสาธารณะ มองไปยังทางออก พร้อมกับยกนาฬิกามองดูเวลา

 

"ใกล้แล้วนะ.......โอ๊ะนั่น"



ร่างสูงขาวใบหน้ากลมๆ ที่ดูท่าทางอิดโรย.. เดินผ่านไปอย่างเชื่องช้า  



"วันนี้ก็นอนดึกอีกแล้วสินะ"

 

"เมื่อไรจะได้รู้จักกันนะ"



เมี้ยว~~~~~

 

"โอ๊ะเจ้าเหมียว ขึ้นไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง"

 

 

 

Zeppfy : ตอนแรกเรื่องนี้จะเป็นเรื่องยาว แต่ตัดสินใจกัดฟัน.......ลบแล้วเขียนใหม่
เรายังคงชอบ จอห์นนี่แบบเคะ 5555